สอบพยานแก๊ง ‘เปรี้ยวหั่นศพ’ ครบ วศินรับแล้ว ช่วยหั่น ไม่ใช่แค่ขับรถ

15.03.18 | 20:06 น.

ศาลจังหวัดขอนแก่น สอบพยานแก๊งเปรี้ยวหั่นศพครบทุกปากแล้ว ทนายฝ่ายจำเลยเตรียมยื่นแถลงปิดคดีภายใน 30 วันหลังจากนี้ และจะนัดฟังคำตัดสินของศาล ในวันที่ 29 มิ.ย.2561 เวลา 10.00 น.

ล่าสุด เวลา 17.30 น. วันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังจากศาลจังหวัดขอนแก่น ได้สอบพยานครบเรียบร้อยทุกปากแล้ว ฝ่ายจำเลย ทั้ง 5 คือ น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น ราชดา น.ส.อภิวันทน์ หรือ แจ้ สัตยบัณฑิต นายวศิน หรือ นิว นามพรหม และ น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ พรมคุณ โดย นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก นายะนัญชัย วงธ์ซ้าย นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายความ ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้สอบพยานฝ่ายจำเลยครบทุกปากแล้ว ซึ่งศาลได้ให้เวลาในการยื่นแถลงปิดคดีภายใน 30 วันหลังจากนี้ และจะนัดฟังคำตัดสินของศาล ในวันที่ 29 มิ.ย.2561 เวลา 10.00 น. พร้อมกันที่ศาลจังหวัดขอนแก่น

นายบุญยง แก้วฝ่ายนอก กล่าวว่า วันนี้ เราได้เบิกความไปตามที่เป็นมาเป็นไปทุกอย่าง ทุกขั้นตอนที่ตั้งแต่ รู้จักและวันเกิดเหตุการณ์ เป็นอย่างไรให้การไปตามนั้นทั้งหมด ซึ่งในการเตรียมการเราก็ได้ต่อสู้ไปว่าเรามีแต่มือเปล่าไม่มีอาวุธใดๆมาก่อนและการเชื่อมต่อที่ว่าเรานัดหมายผู้เสียชีวิตมาพบก็ไม่มี และไม่ปรากฏมีเอกสารตรงนี้ ประเด็นที่บอกว่ามีการล่อลวงให้ผู้ตายขึ้นรถมาก่อน เป็นการเจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น และก็ไม่มีอาวุธในการสังหาร ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างมีการซื้อหลังจากผู้เสียชีวิตได้ตายไปแล้ว ซึ่งเอกสารจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกท่านหนึ่งได้มีการมาเบิกความว่าไม่มีข้อมูลเบอร์โทรศัพท์สัมพันธ์กับข้อมูลเบอร์ของคนตายเลย ซึ่งเบอร์โทรศัพท์ ของจำเลยทั้ง 1,2,4, 5 ไม่มีเบอร์ไหนที่โทรหาผู้ตาย ซึ่งไม่มีหลักฐานเชื่อม เราสู้ตามความยืนยันของตัวความมากกว่า ซึ่งทนายทุกคนเราทำดีที่สุดตามคำยืนยัน และข้อเท็จจริงจากตัวความเท่านั้น การที่จำเลยเป็นพยานให้กันและกันเอง เพราะเวลาการเกิดเหตุมันมีอยู่เพียงแค่ 4 คน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นอยู่นอกพื้นที่เกิดเหตุ เป็นเพียงพยานบอกเล่า ถ้าอยู่ก็เป็นพยานร่วมกันเข้าเป็นประจักษ์พยาน ในขณะเหตุเกิดอยู่ในรถคันเดียวกันแล้วก็อยู่ด้วยกัน จึงต้องใช้จำเลยด้วยกันเป็นพยาน เพราะว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม แต่ศาลจะรับฟังด้วยความระมัดระวัง และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

นายอมรพงศ์ จันทร์กวี กล่าวว่า เราต้องอาศัยจำเลยเป็นพยานด้วยกันและอาศัยพยานแวดล้อมอื่นๆ ตามกฎหมาย ซึ่งก็บอกอยู่แล้วว่าพยานหลักฐานใดที่เป็นสามารถพิสูจน์ ความผิดหรือความบริสุทธิ์ ให้สามารถทำได้ แล้วเราก็ได้เอาข้อมูลของสื่อที่ได้นำเสนอข่าววันที่ ผบ.ตร.แถลงข่าวเป็นพยานหลักฐาน เพราะเป็นคำให้การ คือสื่อก็เป็นพยานอีกส่วนนึง ที่เป็นสาระสำคัญแต่เราส่งเป็นพยานเอกสารยื่นให้กับศาล การที่จำเลยถูกจับได้มีการนำไปให้ ผบ.ตร.สอบถามและได้แถลงข่าวทันทีทันใด ซึ่งคำให้การดังกล่าวน่าเชื่อถือน่าจะขาดจิตปรุงแต่ง เพราะเป็นคำให้การหลังที่ถูกจับสดๆร้อนๆ

ซึ่งทางวศินก็ได้ให้การไปว่าเป็นเพียงคนขับรถ ซึ่งนายวศิน คิดว่าซัดทอดให้คนอื่นเขาคิดว่า เขาจะพ้นความผิด เขาจะรอด เขาจะไม่ถูกลงโทษ แต่เมื่อมาวันนี้เขาก็ให้การตามความจริง เขาก็ช่วยหั่นศพ ช่วยกันขนศพขึ้นรถ ซึ่งทางศาลได้ให้เวลาในการยื่นแถลงปิดคดี ให้ยื่นหนังสือมาภายใน 30 ซึ่งทางเราก็มีความประสงค์ที่จะยื่นแถลงคำปิดคดี เพราะศาลก็ได้ให้โอกาส ซึ่งเอกสารจะยื่นวันไหนนั้นต้องรอดูอีกครั้งหรือว่าจะรวบรวมเอกสารเรียบร้อยเมื่อไหร่ ยังระบุวันไม่ได้ และศาลได้นัดให้ทั้งฝ่ายจำเลย และฝ่ายโจทก์ มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.

Advertisement