อัยการยันไม่ปล่อย2ข้อหาหลัก’ทายาทกระทิงแดง’ขาดอายุความ ลั่นไม่มาเจอหมายจับ ปัดค้าสำนวน

29.03.16 | 15:32 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตหรูเฟอร์รารี ชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า การพิจารณาสำนวนคดีในส่วนของอัยการดำเนินตามข้อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยจะต้องดำเนินคดีที่อัยการสั่งฟ้องคือ 2 ข้อหาหลัก ประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ อายุความ 15 ปี และข้อหาไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที อายุความ 5 ปี จะขาดอายุความในวันที่ 3 กันยายน 2560 อัยการไม่ได้นิ่งนอนใจ หากสั่งแล้วไม่มาพบ จะมีมาตรการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยื่นศาลขอออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องต่อศาลได้ แม้จะไม่มีระยะเวลาควบคุม แต่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีการองรับอยู่

“ให้ความมั่นใจกับสื่อมวลชนและสังคมได้ว่า 2 ข้อหาหลักจะไม่ปล่อยให้ขาดอายุความ หากอัยการปล่อยให้ขาดอายุความอีก ถือว่าเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง มาตรการทางกฎหมายในการติดตามตัวผู้ต้องหา เป็นขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากพบข้อบกพร่องหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติราชการ คงต้องหารือกันระหว่างอัยการกับตำรวจเพื่อให้เกิดประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม” นายประยุทธกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่สั่งไม่ฟ้องข้อหาขับรถขณะเมาสุราแล้ว ยังสามารถสั่งให้สอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า เรื่องขับรถขณะเมาสุรา พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องมาตั้งแต่แรก ตามสำนวนให้เหตุผลว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาเมาสุรา พูดง่ายๆ ว่าไม่มีพยานมายืนยันว่าผู้ต้องหาดื่มสุรามาก่อนหรือดื่มขณะขับรถ เหตุเกิดเมื่อเวลา 05.20 น. พนักงานสอบสวนไปตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด เวลาเกือบ 17.00 น. พบปริมาณแอลกอฮอล์ 64.48 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ต้องหาให้การว่าดื่มจริง แต่ดื่มหลังจากขับรถกลับมาเข้าบ้านแล้ว โดยมีพยานเป็นบุคคลในบ้านให้การยืนยัน ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่า ถ้าตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ในเวลาเกือบ 17.00 น. หากเป็นการดื่มสุราก่อนเวลา 05.00 น.แล้วไม่มีการดื่มอีก หลังจากนั้นปริมาณแอลกอฮอล์จะต้องลดเหลือ 64.48 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามหลักวิชาการแล้ว ณ เวลาเกิดเหตุ ถ้าได้ดื่มน่าจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยคนที่ดื่มคงจะหมดสติทำอะไรไม่ได้ แต่ความเห็นนี้เป็นความเห็นทางวิชาการและพนักงานสอบสวนเห็นว่าข้อกล่าวหาประเด็นนี้ น้ำหนักไปทางผู้ต้องหาที่กล่าวอ้างปฏิเสธว่าดื่มตอนที่เข้าบ้าน เป็นเหตุการณ์หลังเกิดเหตุแล้ว พนักงานสอบสวนจึงไม่สั่งฟ้อง

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวอัยการและพนักงานสอบสวน ร่วมกันค้าสำนวนตั้งแต่เริ่มทำคดีจริงหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้