ยื่นร้อง ปปท. ตรวจสอบดำเนินคดีทำร้าย 5 นศ. -3 ตร. ปฏิเสธให้การในชั้นสอบสวน

29.03.16 | 18:13 น.

 

วันที่ 29 มีนาคม เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 6 พิษณุโลก พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้เข้ารับเรื่องร้องเรียนจากคณาจารย์และญาติของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในคดี 5 นักศึกษา ถูกเจ้าตำรวจทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และผู้เสียหายพร้อมพยานปากสำคัญที่มีการบันทึกคลิปวิดีโอในวันเกิดเหตุไว้ จนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการดำเนินคดีกับ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ก่อเหตุในคลิป เกิดความหวั่นใจว่าจะถูกคุกคาม และไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าวจากพนักงานสอบสวน วันนี้จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อร้องทุกข์

พล.ต.อ.จรัมพร เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้รับรายงานจาก ป.ป.ท. พื้นที่เขต 6 ว่าทางคู่กรณี โดยเฉพาะตัวนักศึกษาและพยาน ได้มาร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับการสอบสวนและดำเนินคดีที่เกิดขึ้น ทาง ป.ป.ท จึงได้ลงมาตรวจสอบในเรื่องของการรวบรวมหลักฐาน แสวงหาข้อเท็จจริงว่า ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้ดำเนินการไปมาน้อยแค่ไหนโดยทาง ป.ป.ท.เองเป็นหน่วยงานที่สามารถลงมาดูแลควบคุมการทำงานในครั้งนี้ได้ โดยอาศัยอำนาจของ คสช.ที่ 69/2557 ซึ่งระบุไว้ว่า หากเกิดกรณีที่มีการกล่าวหา หรือมีเหตุอันชวนสงสัย ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ประพฤติไม่ชอบในตำแหน่งหน้าที่หรือมีการทุจริตในหน้าที่ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ป.ป.ท.มีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง วันนี้ตนจึงลงมาติดตามคดีดังกล่าว ว่าทางตำรวจท้องที่ ผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการไปแล้วมากน้อยแค่ไหน และการสอบสวนจะอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ท.หรือไม่ ก็ต้องดูการสอบสวนข้อเท็จจริง และข้อมูลที่จะได้ในวันนี้จะพิจารณาอีกครั้งว่า ป.ป.ท.จะรับโอนคดีนี้จากพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก มาดำเนินการสอบและฟ้องเองหรือไม่

201603291539215-20021028190244

นอกจากนี้ พล.ต.อ.จรัมพร ยังเปิดเผยอีกว่าว่า จากการตรวจสอบสำนวนรูปคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้น ยังพบข้อบกพร่องหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การพิสูจน์คราบเขม่าปืน ปลอกกระสุนปืนที่ยิงตามเส้นทาง เป็นต้น และถ้าหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐทำงานบกพร่องต่อหน้าที่ ก็จะเข้าข่าย มาตรา157 ละเว้นปฏิบัติหน้าทีทันที

Advertisement

ต่อมาคณะครูอาจารย์ และญาติของนักศึกษาได้เดินทางไปให้ข้อมูล แก่ พล.ต.อ.จรัมพร และเจ้าหน้าที่ ปปท. พร้อมกับยื่นหยังสือขอความเป็นธรรมเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมทั้งเดินทางไปสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เพื่อพบกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมกำชับเรื่องการทำสำนวนและพิสูจน์หลักฐานของคดีนี้ให้รัดกุมมากที่สุด

น.ส.ชุติมา ธำรงศักดิ์คุณ อายุ 29 ปี พี่สาวของนักศึกษาที่ถูกทำร้ายร่างกายกล่าวว่า เกรงว่าตัวน้อง ๆ เองจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ในด้านการสืบสวนสอบสวน จึงมาร้องเรียนกับป.ป.ท.ให้เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย อย่างเช่น ที่ร้านตนที่ถนนเอกาทศรถก็มีจนท.ตำรวจตม.เข้ามาตรวจค้นแรงงานต่างด้าว ซึ่งเหตุการณ์ใกล้เคียงกันกับเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งการตรวจก็ปกติ มีการขออนุญาตถูกต้อง ในวันที่ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม เราก็ได้รับโทรศัพท์ว่าไปทำไมที่ศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีการขอคลิปจากพยาน แต่ทางพยานก็ไม่ได้ให้ไป อยากให้ขอหมายศาลมาขอ ขณะที่การดำเนินคดี คลิปก็ชัดเจน ทางจนท.ตำรวจขอรวบรวมพยานหลักฐาน 2-3 วัน และมาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเป็นตัวอย่างว่าเรื่องจะเงียบหาย เป็นตำรวจที่ใช้กฎหมายรักษาบ้านเมืองควรจะใช้กฎหมาย ไม่ควรใช้กำลังกับเด็กอย่างนี้ ช่วงนี้ก็ยังหนักใจคือเรื่องความปลอดภัยของน้อง ๆ ความปลอดภัยของครอบครัว ไม่แน่ใจว่า จนท.สืบสวนสอบสวนไปถึงไหนอย่างไร อยากให้หน่วยงานที่เป็นกลางจริง ๆ เข้ามาดูแลเรื่องนี้จึงมาร้องเรียนที่ป.ป.ท.

201603291539213-20021028190244

รายงานระบุว่า ภายหลัง จากรับเรื่องร้องทุกข์และสอบถามเหตุการณ์จากครอบครัวนักศึกษาแล้ว คณะของ พล.ต.อ.จรัมพร ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับตำรวจในด้านการดำเนินการของคดี ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเข้ารับฟังความคืบหน้าของคดี หลังจากเรื่องผ่านมากว่า 10 วัน ซึ่งขณะนี้ผู้เสียหายพร้อมพยาน หวั่นว่าจะถูกคุกคาม และไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีดังกล่าว และได้เข้าร้องขอให้ ป.ป.ท.เข้ามาช่วยเร่งรัด ตรวจสอบรูปคดี ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สามารถ จูเทศ พงส.ผทค.ฯ หน.งานสอบสวนฯ และชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้รายงานสรุปขั้นตอนกระบวนการ การทำงานและการสืบสวนของคดีดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.อ.จรัมพร ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุร่วมกับ ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 นำเครื่องเมทัล ดีเทคเตอร์ หรือเครื่องตรวจจับโลหะ สแกนหาปลอกกระสุนปืนใน 2 จุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงปืนใส่รถของ 5 นักศึกษา ตามคำให้การของผู้เสียหาย และพยาน โดยจุดแรกคือบริเวณใต้สะพานสูง ถนนเอกาทศรฐ และจุดที่ 2 บริเวณหน้าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ถนนพุทธบูชา โดยพล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า ตนได้สั่งย้ำให้ตรวจสอบปลอกกระสุนที่คาดว่าน่าจะยังมีหลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิถีกระสุน เส้นทางการยิง และจำนวนอาวุธปืนที่ใช้ยิง เพราะจากการตรวจสอบตนมองว่าลักษณะการยิง เป็นการยิงแบบเกาะกลุ่มไปที่บริเวณล้อหลังมากกว่า เหมือนพยายามจะยิงยางเพื่อให้หยุดรถ ไม่น่าใช่การจงใจยิงเพื่อพยายามฆ่า ซึ่งเป็นเพียงข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นเท่านั้น ต้องมีการตรวจสอบเรื่องวิถีกระสุน และแนวกระสุนให้ชัดเจนอีกครั้ง นอกจากนี้ตนยังสั่งการให้มีการตรวจสอบเรื่องของร่องรอยการเฉี่ยวชนของรถ ทั้ง 3 คัน ด้วยวิธีการเก็บเคมี เก็บสีรถ ตรวจสอบร่องรอยของเฉี่ยวชนว่าชนไปในทิศทางใด หน้าไปหลัง หรือหลังไปหน้า เพื่อจะเช็คว่าคันไหนชนคันไหน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ประสานหากล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่รถทั้ง 3 คันได้วิ่งผ่าน เพื่อนำมาประกอบผลการสอบสวน และยืนยันกับภาพจากกล้องหน้ารถของพยานในที่เกิดเหตุ

201603291539211-20021028190244

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จรัมพรกล่าวว่า ส่วนตำรวจทั้ง 3 นายที่ตกเป็นผู้ต้องหา ยังไม่ขอให้การใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งตนก็มองว่ามันเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถพึงกระทำได้ ส่วนกรณีที่ทางผู้เสียหาย และพยานเกรงว่าจะถูกข่มขู่และคุกคาม ทำให้ไม่เกิดความปลอดภัยนั้น ตนก็สั่งการหากผู้เสียหายและพยานต้องการตำรวจคุ้มครองหรือไม่ หากต้องการก็ให้ดำเนินการจัดชุดคุ้มครองพยานเพื่อความสบายใจ ส่วนในเรื่องที่ว่าเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า ตนยืนยันว่ากระบวนการการสอบสวนขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้ารวบรวมพยาน ตรวจสอบหลักฐาน ซึ่งรายละเอียดบางเรื่องต้องการผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ส่วนในเรื่องของความเป็นธรรมตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่อยากให้มองว่าผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วจะไม่มีความผิด ใครทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกฏหมาย