รถติดหนึบ หญิงท้องช็อกจอดเก๋งขวางแยก ตร.เคลียร์วุ่น หวิดถูกชน

29.03.16 | 22:27 น.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 มีนาคม ขณะที่ พ.ต.ท.ชยันต์ เบ็ญจาธิกุล สว.จร.สน.บุคคโล กำลังอำนวยการจราจรอยู่บริเวณแยกมไหสวรรย์ ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี พบรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน ญค 4325 กรุงเทพมหานคร จอดนิ่งสนิทอยู่กลางสี่แยก ในสภาพหันหัวรถไปทางถนนพระราม 2 ไม่ยอมไปไหน จึงนำกำลังเดินเข้าไปตรวจสอบ พบว่าคนขับเป็นหญิงตั้งครรภ์ ทราบชื่อภายหลัง น.ส.ออย (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี สวมหน้ากากอนามัยนั่งอยู่ในรถและไม่ยอมลดกระจกลงมาพูดคุย


จากนั้นเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาด้วยการเขียนใส่กระดาษแปะกระจกเพื่อสั่งให้เคลื่อนย้ายรถให้พ้นทางจราจร แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมคุยด้วย และยังพยายามขยับรถพุ่งชน ด.ต.ชัชวาลย์ สำราญถิ่น ผบ.หมู่งานจราจร สน.บุคคโล ที่ยืนอำนวยการจราจรอยู่ด้านหน้าแต่ ด.ต.ชัชวาลย์กระโดดหลบทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดและการจราจรในบริเวณดังกล่าวติดขัดนานประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีแล้ว เมื่อเห็นท่าไม่ดีตำรวจจึงตัดสินใจใช้รถยกลากรถคันดังกล่าวมาไว้ที่ สน.บุคคโล เพื่อเปิดการจราจรจนกระทั่ง น.ส.ออยยินยอมลงจากรถ แต่ยังไม่ยอมเจรจากับผู้ใด

ต่อมา นายอ้วน (นามสมมุติ) อายุ 70 ปี บิดาของ น.ส.ออย เดินทางมาที่โรงพักให้ข้อมูลว่า บุตรสาวไม่ได้ทำงานอะไร ปกติจะพักอยู่กับสามีที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และขณะนี้ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอาการผิดแปลก เป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารีด้วยซ้ำ กระทั่งเริ่มตั้งครรภ์อารมณ์ก็แปรปรวนไม่ยอมพูดคุยกับใคร หวาดระแวงคนใกล้ตัวไปหมด ตนคาดว่าก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากบ้านสามีที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้ากรุงเทพฯมาหาตน และอาจประสบกับเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ตื่นเต้นระหว่างทางจนทำให้มีอาการกำเริบแบบนี้

ด้าน พ.ต.อ.จิณณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล เปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์ยุติ มีผู้เสียหายชื่อ นายภาณุวัตร์ วงศ์ภักดี อายุ 38 ปี เจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน ฆท 4937 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน แจ้งว่า น.ส.ออย ได้ขับรถไปชนท้าย บริเวณหน้าปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 23 แล้วพยายามขับหลบหนีมาทางสี่แยกมไหสวรรย์ จนนายภาณุวัตร์ต้องตัดสินใจลงจากรถเพื่อโบกรถ จักรยานยนต์ตามมาสกัดจับกุมได้ขณะรถติดไฟแดง แต่แทนที่ น.ส.ออยจะลงมาเจรจาค่าเสียหายกลับจอดรถนิ่งสนิทอยู่ตรงนั้นเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

Advertisement

“จากการพูดคุยกับ น.ส.ออย และพ่อกับญาติๆ ที่เดินทางมาโรงพัก ตนสงสัยว่าเจ้าตัวน่าจะเพิ่งมีอาการบางอย่างเริ่มแสดงความผิดปกติทางร่างกายและจิตใจ เบื้องต้นจึงยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ กับ น.ส.ออย ส่วนนายภาณุวัตร์ คู่กรณีที่ถูกชนท้ายเห็นแล้วไม่เอาเรื่องเพราะเกิดความสงสาร เบื้องต้นจึงพูดคุยกับญาติให้รีบติดต่อสามีมาพบ ก่อนส่งตัว น.ส.ออย ไปรับการตรวจวินิจฉัยที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ให้แพทย์ลงความเห็นอีกครั้ง หากพบความผิดปกติจริงจะเสนอเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกยึดใบอนุญาตขับขี่ และนำตัว น.ส.ออยเข้ารักษาอาการตามวิธีการของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยของลูกในครรภ์ด้วย” พ.ต.อ.จิณณวัตรกล่าว