อธ.ดีเอสไอสั่งเคลียร์ปมเบนซ์สมเด็จช่วง ส่วนรถจดประกอบ6พันคันส่อวุ่นพงส.เกี่ยงทำคดี

21.01.16 | 18:44 น.
ภาพจากเฟสบุ๊คขวัญทอง สอนศิริ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองรถยนต์หรูโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ว่า ขณะนี้พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขอให้พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน หากมีความคืบหน้าอย่างไรดีเอสไอจะแถลงผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการให้ทราบอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อช่วงวันที่ 18-19 มกราคมที่ผ่านมา ดีเอสไอแถลงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้ไปพอสมควรแล้ว จึงอยากให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบก่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างหาผู้รับผิดชอบในคดีดังกล่าว เนื่องจากมีการปรับย้ายหัวหน้าพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้ คดีจึงไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังต้องรอผลการประเมินภาษีจากกรมศุลกากร ที่ดีเอสไอส่งรายละเอียดไปให้กว่า100 คัน ส่วนอีกกว่า 5,000 คันที่เป็นกลุ่มรถยนต์จดประกอบนั้นยังไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด อีกทั้งสำนักคดีของดีเอสไอมีการบ่ายเบี่ยง ไม่อยากรับดำเนินการ เพราะจำนวนรถยนต์ปริมาณมาก จะทำให้มีคดีค้างในสำนักคดี และทำให้ตัวประเมินผลงานของสำนักคดีไม่ผ่านเกณฑ์ จึงไม่มีสำนักคดีใด ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง

รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้มีการจัดชุดทีมเฉพาะกิจขึ้นมาทำงาน โดยดึงทีมสอบสวนเดิมบางส่วน เข้าดำเนินตรวจสอบ เฉพาะกรณีรถยนต์คันดังกล่าวก่อน เพื่อไม่ให้ล่าช้า ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าการส่งข้อมูลการประเมินภาษีรถยนต์ราคาประมาณ 4 ล้านบาท กว่า 300 คัน ที่ส่งไปกรมศุลกากรนั้น ทางกรมศุลกากรส่งอัตราจัดเก็บภาษีขาด ตามมาตรา 6 ของกฎหมายศุลกากร มายังดีเอสไอ แล้วจำนวน 8 คัน เป็นเงินประมาณ 3 ล้านกว่าบาท เฉลี่ยคันละ 4 แสนบาท แต่ผู้ครอบครองจะต้องถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้าต้องการพ้นจากคดีความต้องจ่ายค่าปรับตามกฎหมายศุลกากร เพิ่มอีก 2 เท่า จากยอดภาษีขาด รวมเฉลี่ยแล้วหากต้องการพ้นจากการถูกดำเนินคดี ต้องการเงินให้รัฐประมาณ 1.2 ล้านบาท ต่อการครอบครองรถยนต์ 1 คัน คิดจากราคารถยนต์ประมาณ 4 ล้านบาท หากรถยนต์ที่ผิดกฎหมายมีซีซีสูงกว่านี้ ราคาย่อมเพิ่มขึ้น ส่วนรถยนต์จดประกอบกว่า 6,000 คัน ที่ดีเอสไอ ต้องตรวจสอบ มีการจ่ายค่าภาษีขาดพร้อมค่าปรับ คิดเฉลี่ยคันละ 1 ล้านบาท รัฐจะจัดเก็บภาษีได้ ประมาณ 6,000 ล้านบาท