ความคืบหน้าคดีฆ่า 8 ศพ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 นายซุริก์ฟัต บ้านนพวงศ์กสุล หรือบังฟัต พร้อมพวก รวม 8 คน แต่งกายชุดคล้ายทหาร บุกเข้าไปจับตัวนายวรยุทธ สันหลัง และคนในครอบครัวญาติๆ รวม 11 คน ไว้ตามห้องต่างๆ ภายในบ้านพัก จากนั้นใช้อาวุธปืนของนายวรยุทธ จ่อยิงศีรษะทีละคน แต่มีผู้รอดชีวิต 3 คน สาเหตุเกิดจากความยัดแย้งเรื่องโฉนดที่ดิน ที่พ่อตานายวรยุทธ นำไปจำนองไว้กับ นายซูริก์ฟัต จนกระทั่งได้มีการผ่อนชำระหมด แต่นายซูริก์ฟัต นำที่ดินไปจำนองไว้กับทางธนาคาร ไม่สามารถนำหลักฐานที่ดินกลับมาคืนให้ได้ ได้มีการทวงถามกันหลายครั้ง สร้างความขัดแย้งกัน นายซูริฟัต จึงวางแผนก่อเหตุ โดยจัดฉากว่านายวรยุทธ เครียด มีปัญหาเรื่องหนี้สินก่อเหตุฆ่าคนในครอบครัว และฆ่าตัวตายตาม หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ สามารถสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้าย หลังจากเกิดเหตุ 5วัน พร้อมของกลาง หลายรายการ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม เวลา 11.45 น.ศาลจังหวัดกระบี่มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 คือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี. 4.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 5.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 6.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี ส่วนจำเลยที่ 7.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และ นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ตัดสินจำคุก 12 เดือน
หลังฟังคำพิพากษา นางอัญชลี พริกดำ 1 ในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินที่ออกมาคือให้ประหารผู้ต้องหา 6 คน และจำคุกอีก 2 คน แม้จะไม่มากแค่ปีกว่าและ 1 ปี แต่ก็น้อมรับในคำตัดสิน ซึ่งก็พอใจมาก ส่วนกรณีของเงินชดใช้ที่ศาลได้ตัดสินให้กลุ่มผู้ต้องหาชดใช้ให้กับญาติๆ นั้น มองว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะได้มา เช่นเดียวกับนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของนายวรยุทธ กล่าวว่า พอใจกับคำตัดสิน แต่จะมีการอุทธรณ์หรือฟ้องแพ่งเพิ่มเติมใดๆ นั้น ขอปรึกษากับทางญาติๆอีกครั้ง
ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของกลุ่มผู้ต้องหา กล่าวว่า หลังคำพิพากษาออกมาทางบังฟัตและกลุ่มผู้ต้องหาจะขอใช้สิทธิในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันเพื่อต่อสู้คดีต่อไป ทั้ง 8 คน

