ตร.คันนายาวบุกจับยาเสพติด ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

2.04.18 | 11:11 น.

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 2 เมษายน ร.ต.อ.ภัทรศักดิ์ สมงาม รอง สว. (สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับยาเสพติดถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บ 2 นาย ภายในชุมชนริมคลองลำเกร็ด ซอยกาญจนาภิเษก 8/1 ถนนเลียบด่วนวงแหวนกาญจนา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. รุดตรวจสอบพร้อม
พ.ต.ท.ณัชพิสิษฐ์ เสียงหวาน สวป. สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจม สน.คันหน้ายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าบ้าน เลขที่ 93 ในชุมชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายมณเทียร ปันโรคา อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมอาวุธปืน ขนาด .380 ซุปเปอร์ ออโต้ ภายในแมกกาซีน เหลือกระสุน 3 นัด ใกล้กันพบปลอกกระสุน ตกอยู่ 1 ปลอก และรถจยย. ยามาฮ่า มีโอ สีม่วง ทะเบียน กษข 922นครปฐม

ตรวจค้นในบ้านหลังดังกล่าว พบยาบ้าประทับตราเลข 999 รวม 5000 เม็ด ยาไอซ์ ชนิดเกล็ด ประมาณ 200 กรัม อุปกรณ์เสพยา ถุงพลาสติกซิบล๊อคเปล่าจำนวนหนึ่งเครื่องชั่งน้ำหนัก และปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1กระบอก ซุกซ่อนในลำโพง จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้บาดเจ็บตำรวจ 2 นาย คือ ส.ต.ท.สุเทพ บุญยืน อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ ป. สน.คันนายาว มีแผลถูกยิง 2 นัด บริเวณศอกและแขนซ้าย และ ส.ต.ท.ศราวุทธ นาคพันธ์ อายุ 30 ปี ผบ.ป. สน.คันนายาว ถูกยิงบริเวณท้อง 1 นัด นำส่ง รพ.นพรัตน์ อาการปลอดภัย สอบสวน นายมณเทียร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ขี่รถจยย.ยามาฮ่า มีโอ่ ของกลาง มาจากบ้านพักย่านคู้บอน 25 เพื่อมารับยาบ้า 200 เม็ด และยาไอซ์ 40 กรัม จากนายตุ่น อายุประมาณ 30 ปี เพื่อขายต่อลูกค้าแถวบ้าน แต่ระหว่างนั้น ตำรวจทั้ง 2 นาย เข้ามาในบ้าน แต่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่อริจึงยิงไป ส่วนปืนขนาด .380 ซุปเปอร์ ออโต้ พกไว้ป้องกันตัวจากคู่อริ เมื่อปี 50 เคยต้องโทษคดี พรากผู้เยาว์

Advertisement

สอบสวนพยาน น.ส.ศุภรัตน์ หนูสู อายุ 19 ปี ผู้พักอาศัยในบ้าน ให้การว่า ช่วงประมาณเดือนกว่าที่ผ่านมา นายตุ่น และนายมณเทียร มาหาคนในบ้าน แต่ตนไม่ได้สนใจว่ามาหาใครในบ้าน เพราะอาศัยอยู่กันหลายคน ตนปกติทำงานกลับมาก็อยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกมาสุงสิง ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดัง ประมาณ 2-3 นัด เมื่อออกมาดูก็พบ นายมณเทียร ถูกตำรวจจับกุม ส่วนนานตุ่น หนีไป ยาเสพติดที่พบตนไม่ทรายว่าของใคร

พ.ต.ท.ณัชพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก. สน.คันนายาว กวดขันปราบปรามยาเสพติด โดยสายลับสืบทราบว่า คนร้ายมีพฤติกรรมค้ายาเสพติด จึงสั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ธนกฤต ธนกูลกิตต์ รอง สวป. สน.คันนายาว นำกำลังชุดจับกุมอีก 3 นาย วางแผนเข้าทำการล่อซื้อ แต่ นายตุ่น และนายมณเทียร ไหวตัวทัน ซึ่ง นายมณเทียร ใช้ปืนยิงต่อสู้ จน ส.ต.ท. ทั้ง 2 นายบาดเจ็บ จึงจับกุม นายมณเทียร ไว้ ส่วนนายตุ่น หลบหนีไป หลังจากนี้จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่สน.คันนายาว พล.ต.ต ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น.พล.ต.ต เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมพ.ต.อ สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาวพร้อมเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2และเจ้าหน้าที่ของสน.ต่างร่วมประชุมความคืบหน้าในคดีดังกล่าว โดยที่ประชุมต่างรอพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.มาที่สน.ในเวลา14.00น.

สำหรับมูลเหตุการจับกุมดังกล่าว เกิดจากทางเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เสพยามา4คนแล้วขยายผลมาถึงตัวนายมณเฑียร จึงนำกำลังไปจับกุม จนเกิดเหตุดังกล่าว สำหรับอาการของส.ต.ท.สุเทพนั้น อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนส.ต.ท.ศราวุทธนั้น แม้อาการจะปลอดภัย แต่กระสุนฝังใน แพทย์รพ.นพรัตน์ทำการผ่าตัดในช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยออกจากห้องผ่าตัดตอน14.00น. มาพักฟื้น ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาจะเข้าเยี่ยมดูแลและทำเรื่องเสนอความดีความชอบต่อไป

ทั้งนี้สำหรับนายมณเฑียร กันโรคา อายุ 36ปี มีประวัติในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ที่สน.คันนายาว เมื่อปี47 และมีคดีหนีทหารเมื่อปี52 อีกด้วย สำหรับคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่นั้นมี2ราย คือ 1.นายเก๋ วันเพ็ง อายุ29ปี ซึ่งมีประวัติถูกจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติดเมื่อปี48และปี50 พื้นที่สน.คันนายาว และ2.น.ส.นงลักษณ์ บัณฑิต อายุ31ปี เป็นแฟนของนายเก๋ เคยมีประวัติมียาไว้ในครอบครองเมื่อปี2559 พื้นที่สน.คันนายาว ทางเจ้าหน้าที่จะได้ล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เวลา 14.00 น. ที่สน.คันนายาว พล.ต.ต ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น.พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น.พล.ต.ต เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมพ.ต.อ สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาวพร้อมเจ้าหน้าที่กก.สส.บก.น.2และเจ้าหน้าที่ของสน.ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของคดี โดยนำของกลางปืนไทยประดิษฐ์ขนาด9 มม.และขนาด.38 พร้อมเครื่องกระสุนปืนทั้ง2ขนาด ขนาดละ3นัด ยาไอซ์100กรัม ยาบ้า5,000 เม็ด ยาไฟว์ไฟว์8เม็ด

พล.ต.ต.ฤชากรกล่าวว่า สำหรับมูลเหตุการจับกุมดังกล่าว เกิดจากทางเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เสพยามา4คนคือ 1.นายกฤษฎา ศรีประสม อายุ45ปี 2.นายณัฐ สร้อยสน อายุ26ปี 3.น.ส.ชุลีพร ศุกพิธ อายุ18ปี น.ส.กฤติยา วิเชียรศรี อายถ21ปี ทุกคนให้การซักทอดถึงตัวนายมณเฑียร จึงวางแผนล่อซื้อก่อนนำกำลังไปจับกุม จนเกิดเหตุดังกล่าว โดยผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี2คน คือ1.

รองผบช.น.กล่าวว่าสำหรับอาการของส.ต.ท.สุเทพนั้น ถูกยิงที่แขนข้างซ้ายกระดูกแตก แพทย์ให้เข้าเฝือกอาการปลอดภัยให้กลับบ้านได้และมาพบแพทย์อีกทีวันที่5เม.ย.แล้ว ส่วนส.ต.ท.ศราวุทธนั้น ถูกยิงเข้าที่หน้าท้องน้อยโดนลูกอัณฑะแม้อาการจะปลอดภัย แต่กระสุนฝังใน ยังหาไม่พบแพทย์รพ.นพรัตน์ทำการผ่าตัดในช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โดยออกจากห้องผ่าตัดตอน14.00น. มาพักฟื้นที่ชั้น9 ของโรงพยาบาลซึ่งทางผู้บังคับบัญชาจะเข้าเยี่ยมดูแลและทำเรื่องเสนอความดีความชอบต่อไป

พล.ต.ต.ฤชากรกล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพ รับยาบ้าจากในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้ต้องหายาเสพติดรายสำคัญใช้เวลาไม่นานในการหายาเสพติดหลังจากตำรวจทำการล่อซื้อ และมีผลปัสสาวะม่วงด้วย ส่วนคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่ ทางพนักงานสอบสวนของสน.กำลังทำการออกหมายจับ เชื่อว่าไปไหนไม่รอดแน่นอน

เบื้องต้นแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน มีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท1 ยาบ้า ยาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท2 ยาเลิฟไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้สำหรับนายมณเฑียร กันโรคา อายุ 36ปี มีประวัติในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ที่สน.คันนายาว เมื่อปี47 พ้นโทษมาปี48 และมีคดีหนีทหารเมื่อปี52 อีกด้วย สำหรับคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่นั้นมี2ราย คือ 1.นายเก๋ วันเพ็ง อายุ29ปี ซึ่งมีประวัติถูกจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติดเมื่อปี48และปี50 พื้นที่สน.คันนายาว และ2.น.ส.นงลักษณ์ บัณฑิต อายุ31ปี เป็นแฟนของนายเก๋ เคยมีประวัติมียาไว้ในครอบครองเมื่อปี59 พื้นที่สน.คันนายาว ทางเจ้าหน้าที่จะได้ล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาทางพล.ต.ต.ฤชากรและพล.ต.ต.สมพงษ์พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมส.ต.ท.ศราวุธที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย2 ชั้น9 ของรพ.นพรัตน์ พร้อมส.ต.ท.สุเทพซึ่งมีอาการปวดข้อมือจึงกลับมาที่รพ.อีกครั้งเพื่อดูอาการที่ข้อมือที่ชั้น1 ห้องสังเกตอาการห้องฉุกเฉิน ของรพ. ก่อนมอบเงินช่วยเหลือกระเช้าและกล่าวชื่นชมที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม