ที่มา : มติชนรายวัน
บ่อยครั้งที่เราพร่ำเรียกหาสิทธิผู้ต้องหา ปกป้องคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาจากการล่วงละเมิดคุกคามของเจ้าพนักงานรัฐในกระบวนการยุติธรรม
น้อยครั้งที่จะมีคนถามถึงสิทธิ ความยุติธรรมของผู้เสียหายและพ่อแม่ลูกเมียญาติของเหยื่อ
ถ้าหากเป็นคุณ ได้รับการสูญเสียดังคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ซึ่งขับรถยนต์สปอร์ตเฟอร์รารี่อันหรูหราชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต แล้วยังลากศพไปอย่างทุลักทุเลอีกกว่า 200 เมตร
อารมณ์ความรู้สึกของผู้สูญเสียควรจะเป็นเช่นไร
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ล่วงเลยมาเกือบจะครบ 4 ปี มี “ความล่าช้า” ที่ตรงไหน!?
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เดินทางไป สน.ทองหล่อ ขอตรวจสำนวน กลับต้องผงะ เมื่อทราบว่า 1 ใน 4 ข้อหา “ขาดอายุความ” ไปแล้ว
ความหมายของการขาดอายุความก็คือ ผู้ต้องหาลอยนวล (สำหรับข้อหานั้น) !
อัยการจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาในข้อหานั้นไม่ได้อีก
เช่นนี้ จึงเป็นธรรมดาที่น้ำเสียงของฝ่ายที่เป็น “เหยื่อ” เป็นผู้สูญเสียจะเต็มไปด้วยความรันทด
ดังที่นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ พี่ชายดาบวิเชียร บรรยายว่าจะไม่ไปร้องเรียนกับหน่วยงานใดอีกแล้ว พอแล้ว เพราะทำอะไรไม่ได้แล้ว และเข้าใจแล้ว ว่าคดีแบบนี้ขึ้นอยู่กับความรวย-ความจน
ความรวยสามารถอาจทำให้หลุดคดีหรือมีเหตุบรรเทาโทษได้!
ผู้พูดผู้บรรยายความรู้สึกไม่ผิดหรอกที่จะบอกเล่าความในใจ
หากแต่นั่นได้สะท้อนให้เห็น “ทัศนคติ” ที่ตกต่ำดำดิ่งสำหรับ “กระบวนการยุติธรรมไทย” เนื่องจากรัฐธรรมนูญทุกฉบับย่อมรับรองตรงกันว่า “บุคคลย่อมเสมอกันทางในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน”
หากแต่ในทางปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายกลับกลายเป็นอีกอย่าง
เมื่อสถานการณ์ล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 1 ใน 4 ข้อหา “ขาดอายุความ” ไปนานแล้วเกือบ 3 ปี
จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนตายได้อย่างไร!?!!

