วันที่ 31 มีนาคม เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และนายติณณ์ อรัญฤทธิ์ นักกฎหมายสมาคมฯ ได้เดินทางไปที่สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพ.ต.ท.บรรจบ ลิมปมาศ รองผกก.สืบสวน สภ.หล่มสัก,พ.ต.ท.ชูชีพ พัสกุล รองผกก.สอบสวน, ร.ต.ท.สุวรรณ สายยืด ร้อยเวรฯ โดยกล่าวหานายพงศ์พันธ์ คงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ 1, นายอภิชาติ จันทรทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 6 เพชรบูรณ์และนายพีระพงศ์ สายจันยูร ผู้รับเหมา ร่วมกันทำผิดมาตรา 21 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยสั่งการให้ตัดโค่นทำลายอุโมงค์ต้นไม้และต้นไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นไม้บริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธ์ของสัตว์คุ้มครอง จนทำให้นกกาเหว่าหรือนกดุเหว่าซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองตามบัญชีแนบท้ายกฎทรวง ถูกทำอันตรายจนเสียชีวิต จากนั้นได้มอบหลักฐานและสำเนาภาพถ่ายซากนกให้แก่พนักงานสอบสวน

ต่อมานายศรีสุวรรณยังนำคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางไปดูซากนกกาเหว่า บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 363 หมู่ 3 ต.ปากดุก อ.หล่มสัก เพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นผลปรากฎว่า ยังพบซากนกอยู่ในจุดเดิมและมีกลิ่นเหม็นเนื่องจากตายมาหลายวันแล้ว ร.ต.ท.สุวรรณทำการตรวจสอบซากนกพร้อมถ่ายรูปเก็บหลักฐานสภาพแวดล้อมข้างเคียงแล้ว จึงได้เก็บซากรถกาเหว่าใส่ถุงพลาสติกเพื่อจะนำไปส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตาย โดยร.ต.ท.สุวรรณยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งไปให้หน่วยงานไหนตรวจพิสูจน์ระหว่างป่าไม้หรือปศุสัตว์ คงต้องประสานงานกับหน่วยงานเหล่านี้ก่อน

พ.ต.ท.บรรจบ กล่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนเพียงรับแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อน ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ เพราะต้องส่งซากนกตรวจไปพิสูจน์ทราบว่าใช่นกกาเหว่าหรือไม่ และต้องหาสาเหตุการตายว่าเกิดจากอะไรและเป็นไปตามที่มีการกล่าวหาหรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องดูองค์ประกอบเรื่องเจตนาอีกด้วย และหากมีมูลจึงส่งให้ทางปปช.ทำการวินิจฉัย เพราะผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ

