ปส.จับแก๊งเหนือ-อีสานขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด -ไอซ์ 9 กก.-เฮโรอีนเฉียดโล ลงใต้

1.04.16 | 12:37 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ท.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.4 ร่วมแถลงจับกุมคดียาเสพติด 2 คดี รวมผู้ต้องหา 7 คน

คดีแรก ตำรวจบก.ปส.2 บช.ปส.จับกุม 1.นายกิตติศักดิ์ แก้วนา อายุ 41 ปี ชาวจ.สกลนคร 2.นายปิยะ เครือหมื่น อายุ 30 ปี ชาวจ.สกลนคร 3.นายชัยวัตน์ ศรีปัญญา อายุ 40 ปี ชาวจ.สกลนคร 4.นายวิษณุพงษ์ ดวนลี อายุ 31 ปี ชาวจ.นครพนม และ 5.นายพุทธรัก เพ็งอินทร์ อายุ 22 ปี ชาวจ.สกลนคร พร้อมของกลาง ยาบ้า 324 มัด จำนวน 648,000 เม็ด เฮโรอีน 720 กรัม รถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว ทะเบียน 1ฒง8200 รถกระบะเชฟโรเล็ต สีเทา ทะเบียน บพ 594 สกลนคร รถกระบะเชฟโรเล็ต สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ก2441 อุดรธานี และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง

พล.ต.ต.ไชยยา กล่าวว่า รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาลักลอบลำเลียงยามาจากจ.นครพนม โดยใช้รถกระบะ 3 คัน (ของกลาง) กระทั่งวันที่ 30 มีนาคม พบรถทั้ง 3 คันขับในพื้นที่จ.นครพนม, สกลนคร และอุดรธานี มุ่งหน้านครราชสีมา ต่อมาพบรถกระบะ 2 คันขับไปจอดหน้าศูนย์อาหารภายในปั๊มน้ำมันห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์กิจ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ก่อนที่นายกิตติศักดิ์ , นายปิยะ และนายชัยวัฒน์ จะลงมาจากรถกระบะทั้ง 2 คัน จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบยาบ้าและเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ใต้พื้นกระบะ ต่อมาขยายผลจนสามารถจับกุมนายวิษณุพงษ์ และนายพุทธรักษ์ โดยทั้ง 5 คนรับสารภาพ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า, เฮโรอีน)ไว้ในครอบครองเพิ่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 2 ตำรวจบก.ปส.4 ร่วมกับป.ป.ส.จับกุม นายชาญชัย หรือเฮ่อ หรือชัย แซ่วาง อายุ 28 ปี และนายวัฒนา หรือเปา โชติพัฒน์กุล อายุ 24 ปี ทั้งสองเป็นชาวจ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด ไอซ์ 8,764 กรัม และโทรศัพท์ 3 เครื่อง

พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า สายลับล่อซื้อยาบ้าและยาไอซ์จากนายชาญชัย โดยนัดส่งในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่30มีนาคม กระทั่งถึงเวลานัดพบว่านายชาญชัยวางกระเป๋า4ใบ ซึ่งบรรจุยาทิ้งไว้บริเวณริมถนนทางกลับรถพหลโยธิน ต.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจจึงยึดเป็นของกลาง ต่อมานายชาญชัยโทรศัพท์มาหาสายลับเพื่อรับเงินค่ายาบ้าและไอซ์ จำนวน 5 ล้านบาท โดยนัดหมายที่สนามบินดอนเมือง จึงตามไปจับกุมนายชาญชัยไว้ได้ ก่อนจะขยายผลจนจับกุมนายวัฒนาเช่นกัน สอบสวนทั้ง 2 รับสารภาพ เบื้องต้นแจ้งข้อหาสมคบกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า, ไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

Advertisement

ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า ของกลางที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในครั้งนี้เป็นยาเสพติดที่ผลิตจากโรงงานเดียวกัน และนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ และทางภาคอีสาน เพื่อนำไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ โดยในส่วนของคดีที่ 1 นั้น ยาถูกบรรจุในหีบห่อสีเหลือง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหีบห่อ แสดงว่ารับมาจากโรงงานแบบนี้ น่าจะส่งให้ผู้ค้ารายใหญ่ในภาคใต้ ขณะที่คดีที่ 2 เป็นถุงเล็กๆ สีดำ แสดงว่ามีการแบ่งมาจากห่อใหญ่ ใช้สก็อตเทปพัน น่าจะส่งให้ลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้สังเกตได้ว่าจะเริ่มมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่งภาคอีสานเนื่องจากทางภาคเหนือเจ้าหน้าที่กวดขันกวาดล้างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเฝ้าระวังและเดินหน้ากวาดล้างในส่วนของภาคอีสานต่อไป