แก้เผ็ดนักบิด ฝ่าฝืนขึ้นสะพาน-ลอดอุโมงค์ ออกข้อบังคับชั่วคราว ปรับสูงสุด1พัน

1.04.16 | 13:14 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานด้านการจราจร กล่าวถึงกรณีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนขึ้นสะพานภูมิพลเพื่อข้ามไปยังสะพานพระราม 3 ว่าปัญหาบริเวณสะพานภูมิพล 1 นั้น มีผลกระทบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถใช้สะพานดังกล่าวข้ามกลับมาได้ จึงทำให้มีจำนวนรถจักรยานยนต์ติดค้างอยู่ 100-200 คัน เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลจะขี่ยานพาหนะขึ้นสะพานดังกล่าว เบื้องต้นในพื้นที่กรุงเทพฯที่มีการขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปบนสะพานข้ามแยกหรือลอดใต้อุโมงค์ข้ามแยกนั้น ทางรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) สั่งการกำชับให้ทาง บช.น.เน้นย้ำตรวจสอบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่กระทำฝ่าฝืนขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานมาอย่างต่อเนื่อง ทางบช.น.สำรวจตรวจสอบตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปี 2558 ที่ผ่านมา


พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหา จึงมีการออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร (ชั่วคราว) ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็นเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก และในอุโมงค์ลอดทางแยก พ.ศ.2559 โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาบังคับใช้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ประกอบด้วย สะพานข้ามแยกที่ห้ามเดินรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น 39 สะพาน และทางลอดอุโมงค์ข้ามแยก 6 จุด ได้แก่ อุโมงค์วงเวียนบางเขน อุโมงค์พัฒนาการรามคำแหง 24 อุโมงค์ศรีอุดม อุโมงค์บรมราชชนนี อุโมงค์บางพลัด และอุโมงค์ท่าพระ

“โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการประเมิน 2-3 เดือน ก่อนที่จะประกาศข้อบังคับถาวรใช้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวในการขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานนั้น ทาง ตร.มีการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ยังไม่มีประกาศข้อบังคับที่ชัดเจน จึงมีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานจราจรตรวจสอบในบริเวณต่างๆ พร้อมกัน โดยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด มีการจับกุมมาแล้ว 2-3 วัน หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกฯ จะมีอัตราโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท” รองผบช.น. กล่าว