จากกรณีคนร้ายนำแผ่นเหล็กปิด-เปิดประตูระบายน้ำคลองชลประทานไปวางบนทางรถไฟสายใต้ที่บริเวณหลัก กม.ที่ 274 บริเวณจัดตัดท่าข้าม ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนถึงสถานีรถไฟกุยบุรีไปทางทิศใต้ 2 กิโลเมตร เมื่อกลางดึกวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้รถไฟสปรินเตอร์สายยะลา-กรุงเทพฯ จำนวน 3 โบกี้ พ่วงกับสายสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ อีก 3 โบกี้ ได้รับความเสียหายทั้งหมด
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 18 เมษายน นายชาตรี จันทร์วีระชัย นายอำเภอกุยบุรี ได้รับคำสั่งจากนายพงษ์พันธ์ วิเชียรสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายความมั่นคง เรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งอำเภอกุยบุรีร่วมประชุมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอเมือง เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อ 2 อำเภอ เพื่อวางแนวทางป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อน และติดตามเบาะแสคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ประสงค์ต่อชีวิตผู้โดยสาร ก่อเหตุด้วยความคึกคะนองมากกว่าการก่อวินาศกรรม และไม่เกี่ยวกับประเด็นขัดแย้งกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะก่อสร้างรถไฟทางคู่ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบก่อนทำการก่อสร้างเพื่อเยียวยาผลกระทบ
พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวนกุยบุรี สืบสวนเมืองประจวบฯ ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อเร่งคลี่คลายคดี หลังจากพบว่าคนร้ายได้ขโมยประตูเหล็กจากคลองชลประทานสาย 52 ด้านซ้ายพื้นที่บ้านหนองมะซาง หมู่ 3 ต.กุยบุรี และพบหลักฐานถุงมือยางในจุดดังกล่าวทำให้ทราบว่ากลุ่มคนร้ายได้เตรียมการก่อเหตุเป็นอย่างดี
รายงานว่าแจ้งว่า เจ้าหน้าที่พบพยานบุคคลใกล้จัดเกิดเหตุบริเวณรางรถไฟ ที่เห็นคนร้ายจอดรถจักรยานยนต์เพื่อเข้าไปขโมยแผ่นเหล็กที่คลองชลประทาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสอบปากคำแต่ยังไม่เปิดเผย เนื่องจากเกรงคนร้ายจะไหวตัว นอกจากนั้นได้ระดมกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิด 4 จุด ถนนสายจวนบน-ยางชุมเพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย และที่ผ่านมามีการก่อเหตุโดยนำเครื่องกีดขวางไปวางบนรางรถไฟ 4 ครั้งแต่ยังไม่สามารถจุบกุมคนร้ายได้เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การจับกลุ่ม และคาดว่ากลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุล่าสุดเป็นคนในพื้นที่ส่วนผู้บงการอาจจะเป็นคนนอกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าตำรวจยังไม่ตัดประเด็นการก่อวินาศกรรม

