“วิญญัติ”แนะเเก้ศาลเรียกหลักฐานชั้นฝากขังคดีจนท.รัฐดำเนินคดีปชช.หลังศาลเสนอเเก้ ม.161/1

18.04.18 | 16:20 น.

เมื่อวันที่ 18เมษายน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและ เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ( สกสส.) ได้โพสต์เฟซบุ๊คถึงกรณีที่ ทางสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอการเเก้ไข เพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 161/1 ที่ให้อำนาจศาลสามารถเรียกตรวจสอบหลักฐานชั้นตรวจคำฟ้องในคดีที่ประชาชนมีการฟ้องกันเอง เเล้ว หากศาลเกิดสงสัย การฟ้องเพื่อกลั่นเเกล้งเป็นคดีความว่า

#ในฐานะประชาชนเสนอให้ตรวจสอบพยานหลักฐานรวมทั้งคดีอาญาของฝ่ายรัฐด้วย

•เริ่มตั้งแต่ชั้นขอฝากขัง ผัดฟ้อง เนื่องจากที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหารที่มีอำนาจตามกฎหมายพิเศษ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจดำเนินคดีอาญา ก็พบว่าใช้อำนาจของตนมีเจตนาไปในทางมิชอบ กลั่นแกล้ง หรือหรือบิดผันอำนาจของตนทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อนและกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพ โดยบางกรณีเจ้าหน้าที่นั้นได้ใช้อำนาจการจับ ค้น ควบคุม ขัง โดยผลักภาระทางกฎหมายให้ศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจ

•ซึ่งคำว่า”ดุลพินิจ” ดังกล่าวเป็นอำนาจของศาลก็จริง แต่อาจกลับกลายเป็นเครื่องมือในการใช้ดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการ ”ไม่สุจริต” “เกินความจำเป็น” เป็นต้น บางกรณีมีเหตุผลเพียงว่า “เจ้าหน้าที่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองหรือจะกลั่นแกล้ง แต่เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่” ซึ่งน่าจะไม่ใช่สิ่งยืนยันหรือรับรองว่ารัฐโดยเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุกอย่างชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด

•ด้วยเหตุนี้ ประชาชนอย่างเราจึงขอให้ท่านผู้มีอำนาจได้มองปัญหาและวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านและเป็นระบบบนพื้นฐานของกลไกอำนาจรัฐและความทุกข์ยากของประชาชนด้วยความเป็นจริง.

Advertisement

#การถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทั้งปวง รวมทั้งสิทธิตามกฎหมายต้องกระทำโดยหลักนิติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติเพราะฝ่ายรัฐแยกออกเป็นอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ

#หมายเหตุ: ผมอยากลงรายละเอียด และควรเปิดเวทีรับฟังปัญหาและความคิดเห็น น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขป.วิ.อ. ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ ม.77วรรสอง ที่ว่า

“…ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่ก าหนดโดยรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบด้วยเพื่อพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป…”