ครูปรีชา ไม่หวั่นอัยการตีกลับสำนวนให้กองปราบ ส่งต่อ ปปช. เชื่อ ระบบยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับตนได้

18.04.18 | 17:27 น.
แฟ้มภาพ

จากกรณี การฟ้องร้องสิทธิในหวย 30 ล้านบาท ระหว่าง ร้อยตำรวจโท จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กับ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทพมงคลรังษีนั้น หลังจากในวันนี้ (18 เม.ย.) สำนักงานอัยการสูงสุดได้แถลงผลพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ในคดีที่ตำรวจกองปราบปรามแจ้งความดำเนินคดีครูปรีชา และนางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” พยานปากเอกของครูปรีชา ในความผิดฐานให้ข้อความอันเป็นเท็จ โดยสรุปว่า อัยการส่งสำนวนคืนให้กองปราบส่ง ป.ป.ช.ฟ้องครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น นั้น

โดยครูปรีชาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้รู้สึกเครียดหรือเป็นกังวลกับการแถลงผลพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดในวันนี้ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอขอบคุณทางสำนักงานอัยการสูงสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอีกหลายหน่วยงานที่เข้ามาดูแลในคดีนี้ โดยตนเองยังเชื่อว่าระบบกระบวนการยุติธรรมจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับตนได้ สุดท้ายแล้ว เมื่อศาลมีการพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปผลการพิจารณาออกมาเป็นอย่างไร ตนก็พร้อมที่จะยอมรับผลการพิจารณาดังกล่าว

ขณะที่ นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความส่วนตัวของ เจ๊บ้าบิ่น เปิดเผยว่า ในกรณีที่พนักงานอัยการส่งสำนวนที่มีการกล่าวหาว่า นายปรีชาและนางสาวรัตนาพรให้ข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ปรากฏว่า พนักงานอัยการมีความเห็นว่า ข้อหาที่กล่าวหาในคดีนี้เกี่ยวพันกับคดีที่มีการกล่าวหาในข้อหาว่าสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงมีผลว่า คดีแจ้งความเท็จนี้ไม่มีการฟ้องต่อศาลอาญา คงเหลือแต่คดีสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ที่จะต้องต่อสู้ตามกฎหมายต่อไป ซึ่งตนเห็นด้วยกับความเห็นของอัยการ เนื่องจากคดีดังกล่าวทั้งสองคดีถือเป็นคดีเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ควรแยกฟ้อง