‘ศานิตย์’สรุปสอบ’พงส.’คดีลูกกระทิงแดง ไม่สมบูรณ์-บกพร่อง ส่งถึงมือ’จูดี้’แล้ว ชง’บิ๊กแป๊ะ’อังคารนี้

2.04.16 | 15:14 น.
พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 เมษายน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ที่ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อปี 2555 แต่มีการปล่อยให้ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายขาดอายุความ และสั่งไม่ฟ้องข้อหาดื่มแอลกอฮอล์ขณะเมาสุรา โดยสั่งฟ้อง 2 ข้อหา ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) แล้ว ได้สรุปประเด็นที่พูดคุยกันเมื่อครั้งที่ไปตรวจดูที่ สน.ทองหล่อพร้อมกัน ว่าอยากจะตรวจสอบประเด็นอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นประเด็นการปฏิบัติหน้าที่ของคณะพนักงานสอบสวนว่า ในการดำเนินการในฐานะพนักงานสอบสวน ได้ทำด้วยความรอบคอบ เป็นไปตามระเบียบแบบแผนเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วางหลักเกณฑ์หรือแนวทางไว้หรือไม่อย่างไร เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีลักษณะเป็นการเอื้อให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์หรือไม่ ได้มอบให้ รรท.ผบช.น.ไปดูในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร พยานบุคคล โดย รรท.ผบช.น.ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รวบรวมข้อมูล ข้อสังเกต ข้อคิดเห็น หรือความบกพร่องในเบื้องต้น เสนอมาที่ ตร.แล้วจะรวบรวมและประมวลจากในส่วนอื่นๆ เป็นความเห็นของคนอื่นที่เกี่ยวข้อง แต่อาจจะไม่ได้อยู่ในรายงานของ รรท.ผบช.น. มีคนให้ความเห็นมาค่อนข้างเยอะ ให้ข้อมูลที่อาจจะไม่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนมาอีกส่วนหนึ่ง ตนจะประมวลข้อมูลทั้งหมดนำเสนอ ผบ.ตร. ภายในวันที่ 5 เมษายนนี้ อยู่ในดุลพินิจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เมื่อได้อ่านรายงานต่างๆ แล้ว

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวต่อว่า เท่าที่มีการพูดคุยกันในเบื้องต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์จะพิจารณาดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่จะให้จเรตำรวจแห่งชาติลงไปตรวจสอบจากข้อมูลพื้นฐานที่ รรท.ผบช.น.นำเรียนขึ้นมา อาจมีองค์ประกอบอื่นใดหรือไม่ เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของพนักงานสอบสวน เกี่ยวข้องกับวิธีการแนวทางการปฏิบัติ หากพบข้อบกพร่องจะต้องดำเนินการทางวินัย ทางปกครอง หรือแม้กระทั่งหากพบความผิดชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อาจถูกดำเนินคดีด้วย เป็นประเด็นที่เราจะพิจารณาให้รอบคอบและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันว่า ผบ.ตร.พูดไว้ชัดเจนแล้ว ความบกพร่องในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ว่าจะเป็นคดีนี้หรือคดีใดก็ตาม จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากรายงานแล้ว สรุปมีขั้นตอนกระบวนการใดของการสอบสวนผิดปกติบ้าง พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ขั้นตอนไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็น รรท.ผบช.น.แยกมาให้เห็นแล้วว่ามีประเด็นอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ดี เพราะความบกพร่องที่เกิดขึ้นและเป็นที่กังขาของสังคม หลังจากเราดูรายละเอียดทั้งหมดแล้ว จำเป็นที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้ประชาชนทราบ ใครทำผิดจะต้องได้รับโทษ หรือถ้าไม่ทำผิดต้องชี้แจงเพื่อให้ทุกคนสบายใจ

เมื่อถามว่าพนักงานสอบสวนคดีนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์รับข้อมูลทั้งหมดแล้วคงจะร่วมกันพิจารณากับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีฝ่ายกฎหมายอยู่แล้ว มีส่วนของจเรตำรวจอยู่แล้ว ถ้าข้อมูลอะไรที่ไม่สมบูรณ์ ทางจเรตำรวจอาจต้องลงไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และฝ่ายกฎหมายคงจะพิจารณาในองค์รวมว่าการกระทำนั้นบกพร่องระดับไหนอย่างไร หรือขัดต่อบทกฎหมายอันใดหรือไม่ กระบวนการลงโทษหลังจากนั้นมีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนประวิงเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า อันนั้นเป็นประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญคือว่าต้องพูดคุยกับพนักงานอัยการด้วย เพราะว่ากระบวนการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนเริ่มต้นจากตำรวจหรือพนักงานสอบสวน และมีสำนักงานอัยการและศาล ฉะนั้นในประเด็นนี้เมื่อกระบวนการยังอยู่ในขั้นตอนของพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนจะบกพร่องอย่างไรนั้น คงต้องประสานข้อมูลจากพนักงานอัยการด้วย

Advertisement

เมื่อถามว่าคณะพนักงานสอบสวนชุดนี้ที่เห็นว่ากระทำผิดชัดเจนมีอะไรบ้าง พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นเพียงแต่ข้อมูลในเบื้องต้นของ รรท.ผบช.น.ที่รวบรวมเสนอมา ท่านเป็นพนักงานสอบสวนเก่า ฉะนั้นเมื่อดูสำนวนในเบื้องต้นพอจะทราบเลาๆ ขณะนี้ข้อมูลที่ได้มาก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว