วันที่ 2 เมษายน เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.เอกศิษฎ์ ศีรสิทธิ์พงศ์พล สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจาก นางณัฐธยาน์ ศรีตองอ่อน อายุ 42 ปี ตรงชุมทางรถไฟขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นว่า ได้มีคนร้ายเข้ามาในร้านที่ตนเช่าขายกาแฟ ชื่อ ปานใจ เจ้าเก่าประตูเมืองขอนแก่น ห้องที่ 2 อยู่ในตลาดรถไฟ ถ.ดรุณสำราญ เทศบาลนครขอนแก่น จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.ธานินทร์ บุตรดีคำภา รอง สวป.สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและสายสืบ สภ.เมืองขอนแก่น
พบว่าร้านเกิดเหตุถูกงัดจากห้องเช่าติดกัน และปีนเข้ามาจากหลังคาห้องเช่าหลังแรก งัดเพดานฝ้าลงมาที่ร้านกาแฟปานใจ แล้วคนร้ายได้รื้อค้นหาทรัพย์สินในร้าน เอาซองผ้าป่าสามัคคี เพื่อไปทอดถวายที่สำนักสงฆ์สวนป่าพระฤาษี อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ในวันพุธที่ 13 เม.ย.59 ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าพระฤาษีหน้าวัวด้านหลังบ้าน คนร้ายได้เงินที่มีคนมาทำบุญไว้ประมาณ 600-700 บาท พร้อมกับผ้ายันต์ทำมาค้าขายดี และวัตถุบางคนบางส่วน หลังจากนั้นได้ออกไปตามจุดที่เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ร้านกาแฟปานใจ ดังกล่าว
นางณัฐธยาน์เจ้าของร้านกาแฟปานใจ บอกว่า ได้เปิดร้านขายกาแฟปานใจมาหลายปี เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้ตั้งองค์ผ้าป่าสามัคคีที่ร้านทุกปี และทุกปีก็ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ปีนเข้ามาในร้านของตนขโมยเงินจากคนที่มาทำบุญไปจากกองผ้าป่าทุกครั้ง ครั้งละ 600-700 บาท และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ตนได้ตั้งองค์ผ้าป่าสามัคคีเพื่อไปทอดถวายที่สำนักสงฆ์สวนป่าพระฤาษีที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ตั้งมาได้ประมาณ 1 เดือน และใกล้วันที่จะนำไปทอดถวายในวัดดังกล่าว ตนได้นำเงินที่มีคนมาทำบุญเก็บไว้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเสียบไม้ปักไว้ที่กองผ้าป่า นำไปเก็บไว้ที่หน้ารูปปั้นพระฤาษีหน้าวัว
ต่อมาเวลา 18.00 น. ก็ได้ปิดร้าน และเช้าของวันใหม่ได้มาเปิดร้านเพื่อขายกาแฟต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าห้องถูกงัดพบว่า ทรัพย์สินในร้านถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย และเงินจากกองผ้าป่า ผ้ายันต์ฯ วัตถุมงคล หายไปทั้งหมด จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบและติดตามหาคนร้ายรายนี้ให้เร็วที่สุด ตนเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของที่ร้านเป็นอย่างดี และเป็นคนอยู่ในตลาดรถไฟด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานพิสูจน์หลักฐานขอนแก่นมาเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด ต่อไป

