ชาวบ้านเดือด!!!นายทุนรับซื้อโทรศัพท์แต่เบี้ยวจ่ายกว่า3.2ล้านบาท

25.04.18 | 10:17 น.

วันที่ 25 เมษายน ที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าผู้รับซื้อรับโทรศัพท์เก่าใน ต.หนองซอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายวิรุจ วิชัยบุญ ปลัดจังหวัดมหาสารคาม ว่าถูกนายทุนเบี้ยวเงินค่ารับซื้อโทรศัพท์เก่าที่พวกตนนำไปขายให้เป็นเงินรวมกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งนายทุนคนดังกล่าว กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารู้จักเพียงชื่อเล่น ชื่อว่า นายต้น ลักษณะนิสัยคล้ายผู้หญิง ได้มาเช่าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านผำ ต.ดอนเงิน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เพื่อรับซื้อโทรศัพท์เก่าจากพ่อค้าแม่ค้าเร่ โดยในราคาสูงกว่าร้านรับซื้อร้านอื่น เป็นการสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้านำโทรศัพท์มาขายให้กับนายทุนคนนี้ ซึ่งลักษณะการจ่ายเงินจะจ่ายเงินแบบงวดชนงวด ซึ่งในช่วงแรกก็จ่ายเงินครบอย่างรวดเร็ว แต่มาระยะหลังกลับบ่ายเบี่ยง จ่ายเงินช้า จนล่าสุดมีผู้เสียหายที่เดินทางมาร้องทุกข์จำนวน 14 ราย มูลค่าความเสียหาย 3,200,000 บาท

นางอาศิรา ธรรมวงษ์ ชาวบ้านหนองซอน หมู่ 16 ต.หนองซอน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ช่วงแรกที่นำโทรศัพท์เก่าไปขายให้กับนายทุนคนนี้ ก็ได้รับเงินตรงตามกำหนดมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อเห็นว่าให้เงินตรงเวลา อีกทั้งร้านนี้ยังให้ราคาค่าเครื่องสูงกว่าร้านรับซื้อร้านอื่นๆ ซ้ำยังได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำลูกค้ารายอื่นให้มาขายที่ร้านนี้อีก อาทิ ปกติรับซื้อเครื่องละ 70 บาท แต่เมื่อตนนำไปขายก็จะได้เครื่องละ 72 บาท ซึ่งนายทุนคนนี้เริ่มมีปัญหามาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อนำโทรศัพท์ไปขาย ก็อ้างว่าตอนเย็นจะโอนให้ ผลัดไปเป็นวันรุ่งขึ้น และผลัดไปเรื่อยๆ รวมแล้วเป็นเงินจำนวน 440,000 บาท

นางนฤรัตน์ ชุมแสงวาปี ชาวบ้านหนองซอน หมู่ 7 ต.หนองซอน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ตนเองรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้าน 4 คน นำโทรศัพท์ไปขายให้กับนายทุนคนนี้ รวมเป็นเงิน 1,800,000 บาท ซึ่งลักษณะการขายให้กับนายทุนคนนี้ จะเป็นแบบงวดชนงวด สมมุติว่างวดก่อนขายได้ 50,000 บาท งวดนี้ขายได้เป็นเงิน 100,000 บาท นายทุนจะจ่ายเงินสดงวด 50,000 บาทให้ก่อน ส่วนงวด 100,000 บาท จะโอนให้ต่อเมื่อมีการนำโทรศัพท์เก่าไปขายให้ในครั้งต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีปัญหา จนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่านายทุนคนนี้กลับไม่ยอมจ่ายเงินให้ ตนเองก็ทวงถามมาโดยตลอด ไปเฝ้าหน้าบ้านถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนก็ไป ก็โกหกมาเรื่อยว่าจะให้เงิน ก็ไม่ให้ ซ้ำยังถูกข่มขู่ว่าหากพวกตนมาร้องเรียนก็จะไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว และยังท้าให้ไปแจ้งความ เพราะคดีแบบนี้เป็นคดีแพ่งสามารถยอมความกันได้ ซึ่งตนเองเดือดร้อนมาก เพราะต้องผ่อนค่างวดรถ ชำระหนี้ ธ.ก.ส. และเงินที่กู้ยืมเพื่อนบ้านมาหมุนเวียนในครอบครัว หลังจากขาดสภาพคล่องที่ต้องมารอเงินตรงนี้มานานหลายเดือน