เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 เมษายน ที่สน.ท่าเรือ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.น.5 พ.ต.อ.กฤตถาส พาทีทิน ผกก.สน.ท่าเรือ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สส.บก.น.5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ ร่วมกันควบคุมตัว นายภูริชกานต์ หรือน้ำ วงษ์ดี อายุ 47 ปี คนซ้อนและนายภานุพงษ์ หรือบี จุฬาทิพย์ อายุ 31 ปี คนขับผู้ก่อเหตุในกรณีประกบยิงรถเก๋งวีออสย่านคลองเตย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณริมถนนพระราม 4 ช่วงตลาดคลองเตย แขวงและเขตคลองเตย กทม. จากนั้นตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายลงมาจากรถตู้ผู้ต้องหา เพื่อชี้จุดเกิดเหตุ
นายภูริชกานต์เล่าว่า นั่งซ้อนรถนายภานุพงษ์มา ขับขี่รถตามรถเก๋งวีออสของนายสุวิทย์ อนันต์นทีไชย อายุ 48 ปี เมื่อรถคันเบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อจอดก็จอดรถจักรยานยนต์พร้อมเดินลงจากรถไปบริเวณหน้ารถเก๋งวีออสคันดังกล่าว และชักอาวุธปืนที่พกมากระหน่ำยิงใส่ด้านหน้ารถฝั่งที่คนขับจำนวน 7 นัด หลังจากนั้นตนขึ้นรถจักรยานยนต์ของนายภานุพงษ์และหลบหนีไป โดยนายภูริชกานต์ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆว่า “ก่อนก่อเหตุมีบุคคลมามองและถ่ายภาพที่หน้าร้านอาหารของผม จึงเกิดความหวาดกลัว ซึ่งทราบว่าสามีใหม่ของภรรยาผม มีอาชีพปล่อยเงินกู้ ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยต่อตนเองเป็นเหตุให้ต้องลงมือครั้งนี้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดกั้นถนนบริเวณดังกล่าว และมีประชาชนให้ความสนใจมุงดูเป็นจำนวนมาก
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา สำหรับมูลเหตุครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัวเท่านั้น ทั้งนี้ไม่อยากให้ประชาชนมองว่าเป็นความไม่ปลอดภัยในชีวิตและสังคม เพราะประเทศไทยเป็นเมืองสงบ น่าอยู่ และน่าเที่ยว อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นย้ำกำชับงานป้องกันเป็นหลัก หลังจากนี้จะต้องให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ลงตรวจสอบสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผิดชอบว่ามีปัญหาขัดแย้งกันถึงขั้นทำร้ายร่างกายได้หรือไม่ เพื่อเป็นการป้องปรามอีกทาง

