10 พฤษภาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาคดี “เปรี้ยว” น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย พร้อมพวกรวม 5 คน ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม “แอ๋ม” น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย ได้ขยับมาจากวันที่ 29 มิถุนายน
ศาลมีคำสั่งแจ้งถึงพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และนายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่าง พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว และพวกรวม 5 คน หลังก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา หรือน้องแอ๋ม ในการเบิกตัวเข้ารับการฟังคำพิพากษาพิจารณาคดี
คดีความดังกล่าว มีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน แยกเป็น น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวินตา ราชสุดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณ หรือแจ้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนหญิง เรือนจำกลางขอนแก่น นายวศิน นามพรหม ถุกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อยู่ระหว่างการประกันตัวโดยกองทุนยุติธรรม
“เปรี้ยว”, “เอิน”, “แจ้” และ “วศิน” ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีเลขดำที่ 1957/60 ขณะที่ น.ส.เบนซ์ถูกตั้งข้อกล่าวหาเดียวคือลักทรัพย์หรือรับของโจรเท่านั้น
ในวันตัดสินคดีนั้น ญาติของทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินทางมารับฟังคำพิพากษา โดยที่ศาลจังหวัดขอนแก่นจะทำการเบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมารับฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ผลการพิจารณาสู้คดีจะออกมาในรูปแบบใดนั้น ทุกฝ่ายก็พร้อมน้อมรับคำสั่งศาล
ย้อนกลับไปราวเดือนพฤษภาคม 2560 มีชาวบ้านในพื้นที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบศพสาวนิรนามถูกหั่นออกเป็น 2 ท่อน โดนฝังดินเพื่ออำพรางคดี บริเวณป่าข้างทาง ภายหลังทราบชื่อคือ น.ส.วริศรา หรือ “แอ๋ม” อายุ 22 ปี ตอนแรกเจ้าหน้าที่พุ่งเป้าที่ประเด็นชู้สาว แต่สุดท้ายพลิกกลับมาอีกเรื่องเมื่อพบหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีเหยื่อสาวขึ้นรถซีอาร์วีจากไปเป็นภาพสุดท้าย
ต่อมา ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายวศิน หรือนิว อายุ 22 ปี, น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ อายุ 21 ปี, น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว อายุ 22 ปี และ น.ส.กวินตา ราชสุดา หรือเอิร์น อายุ 22 ปี
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย จับกุมนายวศินได้ที่ สปป.ลาว อีกรายคือ น.ส.จิดารัตน์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ก่อนนำตัวไปสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
นายวศินร่วมชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมสารภาพว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากฝีมือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว เนื่องจากเกิดความแค้นส่วนตัวกับ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม เพราะเปรี้ยวเข้าใจว่าผู้ตายนำความลับของตนและแฟนหนุ่มไปแจ้งตำรวจ จนทำให้แฟนของเปรี้ยวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น จับกุมในคดียาเสพติด
จนนำไปสู่การล่อลวง “แอ๋ม” ขึ้นรถซีอาร์วี แล้วก่อเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

ขณะเดียวกัน นายวศินยอมรับว่า ตนเองอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าน้องแอ๋ม ผู้ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว ตนเองมีหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น
จากนั้น เจ้าหน้าที่ทำการขยายผลจับกุม กระทั่งศาลขอนแก่นออกหมายจับ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ อายุ 28 ปี ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝังซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุการณ์ตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร ภายหลังร่วมขวบการกับ 4 ผู้ต้องหาก่อนหน้า โดยไปรับผู้ตายหน้าหอพักด้วยรถยนต์ และบีบคอจนตายในรถ พร้อมนำศพไปหั่นที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น
ขณะที่ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เชิญตัวนางสาคร ภาษี อายุ 62 ปี และนายอู้ด โนนวังชัย อายุ 52 ปี มารดา-บิดา ของเปรี้ยว และ น.ส.ประภาศิริ สมศรี อายุ 34 ปี พี่สาวเปรี้ยว มาสอบสวน โดยผู้เป็นพ่อได้แต่นั่งร้องไห้
นางสาครกล่าวด้วยใบหน้าเศร้าหมองว่า มีลูก 5 คน และเปรี้ยวเป็นคนสุดท้อง ไม่นึกว่าเปรี้ยวจะเป็นคนโหดเหี้ยมอย่างนี้ ตั้งแต่เลี้ยงลูกมาเปรี้ยวจะเป็นอ่อนโยน แต่พอพบกับเพื่อนที่นิสัยไม่ดีทำให้เป็นอย่างนี้
“ลูกไม่เคยนำเรื่องต่างๆ มาปรึกษาแม่เลย ไม่คิดว่าจะมาก่อคดีโหดร้ายอย่างนี้ อยากให้ลูกสาวเข้ามอบตัวโดยเร็ว เพราะหนีอย่างไร ก็ต้องหนีทั้งชาติ”
ด้าน น.ส.ประภาศิริ พี่สาว เผยว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 5 ทุ่ม เปรี้ยวได้คุยทางบีทอล์ค และโทรศัพท์เข้ามาว่า ตนเองพลาดไปแล้วได้ลงมือฆ่าแอ๋ม โดยพวกตนทั้งหมด 4 คนได้ลวงออกมาจากร้านจะเอาตัวมาซ้อมให้หนำใจ เนื่องจากโดนแอ๋มหักหลังจนทำให้สามีติดคุก และหักหลังเรื่องเงินจำหน่ายยาบ้า ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็หักหลังกัน แต่แอ๋มกระทำไม่ยอมเลิกจึงได้ลวงออกมาซ้อมจนหน้าตาปูดบวมจนสลบ แต่พอแอ๋มฟื้นขึ้นมาได้อาฆาตพวกตนว่า ถ้าเขาไม่ตายพวกตนต้องตาย จึงได้บีบคอจนตาย
โดยเปรี้ยวยังบอกด้วยว่า จะเข้ามามอบตัว แต่ยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาพบตำรวจได้
ในเวลาเดียวกัน เปรี้ยว น.ส.กวินตหรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ หรือแจ้ ได้หลบหนีไปยังฝั่งพม่า ผ่านแดนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่า และประสาน ตม.ไทยให้มารับตัว ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 3 มิถุนายน 2560
จากนั้นนำตัวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 โดยมี พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง และ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.เชียงราย พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย รับมอบตัว ก่อนนำไปควบคุมตัวที่สำนักงาน ตม.เชียงราย ห่างพรมแดน 3 กิโลเมตร
ต่อมา ช่วงเช้าวันที่ 4 มิถุนายน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม.ในขณะนั้น บินไปรับตัวทั้ง 3 คน เพื่อนำตัวมาให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ทำการสอบสวนด้วยตนเอง
ภายหลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้แถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน โดยไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาร่วมโต๊ะแถลงข่าวด้วย ซึ่ง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า จากคำให้การของเปรี้ยวระบุว่า ทุกคนยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยสาเหตุเกิดในปี 2559 แอ๋มเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด ก่อนซัดทอดไปยังกลุ่มของ น.ส.เปรี้ยว รวมถึงขัดแย้งเรื่องหนี้สินที่แอ๋มเคยยืมไปประมาณ 3-4 หมื่นบาท จึงเกิดความแค้น
อีกทั้งในการหั่นศพ มีนายวศินเป็นคนลงมือหั่นด้วย โดยใช้เลื่อยที่ซื้อมาหั่นศพช่วงกลางลำตัว พอถึงช่วงกระดูกสันหลังก็ใช้ปังตอสับจนขาด ขณะที่เอิร์นและแจ้คอยช่วยทำความสะอาด และยกชิ้นส่วนศพขึ้นรถไปเอาไปฝังอำพราง และทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติแต่อย่างใด

ขณะที่ตอนหนึ่งในการสอบปากคำ เปรี้ยวยอมรับว่า หลังทำไปแล้ว กลัว ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ตั้งใจจะมอบตัว แต่เพื่อนๆ ขอเวลาทำใจก่อน ตั้งใจจะเข้ามอบตัว เพราะไม่อยากให้คนที่ไปอยู่ด้วยต้องเดือดร้อนเพราะเปรี้ยวและพวก
“ถ้าย้อนเวลาไปได้หนูจะไม่ทำ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้”
หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่ สภ.เขาสวนกวาง โดยพาไปชี้ทั้งหมด 8 จุด เริ่มจากจุดแรกคือ รีสอร์ต จุดชำแหละศพ ต่อด้วยจุดที่ 2 คือสถานที่ซื้อเลื่อย และจุดที่ 3 ซื้อถุงดำที่เซเว่นโนนทัน จุดที่ 4 จุดรับผู้ตาย จุดที่ 5 คือจุดสั่งประชุมวางแผน จุดที่ 6 คือจุดรับผู้ต้องหาคนอื่นๆ จุดที่ 7 คือจุดเช่ารถ และจุดสุดท้าย คือจุดทิ้งศพ ที่เขาสวนกวาง
โดยทุกจุดที่ผู้ต้องหาได้ลงทำแผน ประชาชนต่างโห่ร้อง บางส่วนตะโกนว่า หน้าตาดี ไม่น่าใจร้ายเลย ทำได้อย่างไร อายุยังน้อยอยู่เลย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพา 3 ผู้ต้องหาขอขมาครอบครัวน้องแอ๋ม โดย น.ส.เปรี้ยวก้มกราบสำนึกผิด พร้อมกล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจฆ่าแอ๋ม ขณะที่นางสำราญ เพลียแก่น อายุ 67 ปี ยายของน้องแอ๋มบอกกับเปรี้ยวว่า
“หลังจากนี้อย่าไปทำกับคนอื่นอีก ขอให้น้องแอ๋มเป็นรายสุดท้าย”
ด้าน น.ส.สกุณตรา เพลียแก่น อายุ 35 ปี น้าของน้องแอ๋ม ยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้อาฆาตเปรี้ยวและทีมฆ่าแล้ว แต่ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงขั้นสูงสุด
เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้กำลังจบลง และไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร “คำพิพากษา” ได้ถือเป็นที่สิ้นสุด

