วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย ร.ต.ถาวร ชะสิงห์ รองผู้บังคับกองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด แถลงการณ์จับกุม นายวินัย (บ๊อบ) ศรีวิชัย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมยึดของกลางยาบ้า จำนวน 1,947 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องได้ที่บริเวณ ถนนริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
โดยจับกุมได้ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด ในพื้นที่จุดเสี่ยงใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จึงได้ทำการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางกำลังตามจุดเสี่ยง และดักซุ่มบริเวณใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ตำบลพนอม ที่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเคยนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ จนกระทั่ง เวลา 06.30 น. มีชายไม่ทราบชื่อท่าทางมีพิรุธเดินลงไปใกล้ฝั่งแม่น้ำโขง สักพักได้เดินขึ้นมาแล้วมองซ้าย มองขวาเดินตามถนนเรียบริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่มีสีหน้าตกใจรีบวิ่งหนี แล้วได้ล้วงวัตถุในกระเป๋ากางเกงขว้างทิ้งข้างทาง และได้สะดุดล้มก่อนเจ้าหน้าที่ตามรวบตัวได้ ทราบชื่อภายหลังคือ นาย วินัย (หรือบ๊อบ) ศรีวิชัย พร้อมพาไปชี้วัตถุที่นายบ๊อบขว้างทิ้งก่อนวิ่งหลบหนี พบเป็นถุงพลาสติกสีขาวเปิดออกมาเป็นวัสดุห่อหุ้มสีน้ำตาลกันน้ำอย่างดีเปิดออกมาพบเป็นยาบ้าตรวจนับได้รวม 1,947 เม็ด จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นจากการสอบสวน นายบ๊อบ อายุ 29 ปี ให้การรับสารภาพว่า พ่อ-แม่ เสียตั้งแต่เด็ก ได้มาอาศัยอยู่กับ น้าและยาย เรียนจบแต่ ม.3 รับจ้างกรีดยาง ทำนา ไม่พอค่าใช้จ่ายเพราะตนต้องหาเงินเลี้ยง เมียป่วย พร้อม ลูกน้อย วัยเพียง อายุ 6 เดือน มีค่าใช้จ่ายทั้งค่านมลูก แพมเพิส จึงได้รับจ้างนายทุนฝั่งลาวรับจ้างนำยาบ้าไปวางไว้ ริมถนนในพื้นที่ตอนในแล้วโทรบอกนายทุนชาวลาวก็เสร็จงาน ได้ค่าจ้าง ครั้งละ 2,000 – 5,000 บาท แล้วแต่ระยะทางในการไปวางยาบ้าทำมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนขยายผล ติดตาม ผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ยังได้วางมาตรการเข้ม ในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดนที่ขบวนการ ค้ายาเสพติด จะฉวยโอกาสขนยาเสพติด เข้ามาจำหน่ายมากขึ้น บวกกับช่วงนี้ชายแดนอีสาน รวมถึง จ.นครพนม มีการลักลอบนำยาบ้าเข้ามาขายมากขึ้น ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาพบมีการตรวจยึดเกือบ 5 ล้านเม็ด จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ



