จากกรณีตำรวจท่องเที่ยวสนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุบลฯ บก.ตม.4 , กก.สส.ภ.จ.อุบลฯ ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกเข้าตรวจสอบโรงแรม เดอะซาร่า ดับเบิ้ลทรี ซอยชลประทาน –ท่าบ่อ 15 ถนนชลประทาน -ท่าบ่อ15 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หลังรับแจ้งจากประชาชนว่าพบความผิดปกติเกี่ยวกับการเข้าพัก กว่า 1 เดือน ของกลุ่มชาวจีน ซึ่งพฤติกรรมไม่เหมือนกับนักท่องเที่ยวทั่วไป จึงได้เข้าตรวจสอบพบชาวจีน หญิง-ชาย กว่า 166 คน กำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เปิดโปรแกรมหุ้นภายในโรงแรมโดยกระจายกันอยู่ทั้ง 3 ชั้นนั้น

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รองผบก.ปอศ และพ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล สารวัตรสถานีท่องเที่ยว 3 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ( สว.ส.ทท.3 กก.1) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุบลฯ บก.ตม.4 , กก.สส.ภ.จ.อุบลฯ ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) บก.ปอศ บก.ปอท. เข้าตรวจสอบโรงแรมดังกล่าวเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 3 ชั้น มีห้องพักจำนวน 59 ห้อง บริเวณชั้นล่างล็อบบี้โรงแรม เจ้าหน้าที่ตรวจพบคอมพิวเตอร์กว่า 130 เครื่อง บริเวณชั้นสองและชั้นสามเป็นห้องพัก รวมทั้งห้องประชุม โดยบริเวณห้องประชุมชั้นสามถูกดัดแปลงเป็นห้องทำงานมีคอมพิวเตอร์กว่า 73เครื่อง ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องมีการลงโปรแกรมหุ้นติดเครื่องไว้ นอกจากนี้ยังพบสมุดโพยการสนทนาจำนวนมาก
ภายหลังการตรวจค้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ได้บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บวัตถุพยานเพื่อหาความเชื่อมโยงว่าชาวจีนทั้ง 166 ราย ได้กระทำการสิ่งใด โดยเบื้องต้นทางก.ล.ต.ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดร่วมกับทางบก.ปอท.และกองพิสูจน์หลักฐานในเรื่องของเทคโนโลยี ข้อมูลต่างๆว่าเข้าข่ายการปั่นหุ้นหรือไม่ รวมทั้งประกอบกิจการที่ไม่ถูกต้องอย่างไร นอกจากนี้ได้ตรวจสอบผู้ครอบครองเจ้าของอาคารสอบปากคำเบื้องต้น อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่ามีการประกอบธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยจริง ซึ่งการประกอบธุรกิจลักษณะเช่นนี้ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และเมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีการขออนุญาตซึ่งในส่วนนี้เข้าข่ายความผิด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีปรับไม่เกิน 500,000 บาท
รองผบช.ทท. กล่าวว่าช่วงบ่ายวันนี้ทางกงสุลจีนประจำประเทศไทยจากเดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ เพื่อหารือถึงแนวทางเบื้องต้น ทั้งนี้หากพบว่ามีความผันผวนในตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์ในประเทศจีนหรือเกิดความเสียหายต่อระบบตลาดหลักทรัพย์ในประเทศจีน ในส่วนนี้จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามจากแนวทางการสืบสวนพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นโรงเรียนสอนให้มีการชักชวนให้ชาวจีนในประเทศจีนลงทุนซื้อหุ้น โดยมีการตั้งสาขาในประเทศไทย และมีแผนจะมีการเพิ่มคนจีนอีก 40 คนให้ครบจำนวนคอมพิวเตอร์ที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยวานนี้หลังการจับกุมพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าพร้อมกับกักตัวกลุ่มชาวจีนทั้งหมดเพื่อเตรียมผลักดันเนรเทศต่อไป ซึ่งขั้นตอนจากนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ตจะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในฐานความผิดประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต



