ฟัง!!น้องชายหนุ่มรัฐศาสตร์ เหยื่อทหารปืนดุ เล่านาทีชีวิตคาตา ตั้งใจฆ่าพี่สุดอำมหิต

12.05.18 | 09:35 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 3 กองพันทหารราบที่ 3 จ.นครพนม ทำร้ายร่างกายนายพัฒนพงษ์ ถานัน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 15 บ้านชลประทาน ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ทำให้เสียชีวิตจากสาเหตุถูกยิง และใช้ไม้ทุบตีศีรษะ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ภายหลังได้มี นายดุสิต ถานัน อายุ 65 ปี บิดาผู้เสียชีวิต ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้า รวมถึงทางหน่วยงานทหารไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ้างว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร โดยทางพ่อผู้เสียชีวิตไม่ยอมเผาศพ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับทางกองทัพบก ให้ออกมารับผิดชอบ และดำเนินคดีกับทหารที่ฆ่าลูกชายให้ถึงที่สุด

ล่าสุด ถึงแม้ทาง พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ออกมายืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และพร้อมจะมีการดูแลชดเชยเยียวยาตามขั้นตอน แต่อยู่ระหว่างการเจรจาตกลงระหว่างผู้เสียหายกับทางเจ้าหน้าที่ทหารคู่กรณี และยืนยันว่าจะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ทางครอบครัวของผู้เสียหายยังไม่พอใจ เพราะรับไม่ได้กับการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ
เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ออกมายืนยันเกี่ยวกับการดำเนินคดีว่า ทางตำรวจ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม ได้มีการดำเนินคดีทหารผู้ก่อเหตุแล้วทั้งหมด 2 นาย แล้ว คือ จ.ส.อ.กิติตศัพท์ อิททร์ติยะ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต จำนวน 3 นัด ทำให้กระสุนถูกขาขวาผู้ตาย 1 นัด นอกจากนี้ ยังมี ส.ต.ธีรวัฒน์ ไชยขันธ์ อายุ 22 ปี ทั้ง 2 นาย เป็นทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 นครพนม ที่ร่วมกันใช้ไม้ทุบตีจนเป็นเหตุให้นายพัฒนพงษ์เสียชีวิต ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตาย อยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว รอขั้นตอนการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนส่งอัยการตามขั้นตอน ถึงแม้การสอบสวนเบื้องต้นทางทหารทั้ง 2 นาย จะให้การว่า ปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุ ป้องกันตัว เพราะผู้ตายอาละวาด พยายามจะใช้อาวุธมีดฟันต่อสู้ จึงต้องหาทางป้องกัน ทั้งนี้ ทหารทั้ง 2 นาย ยังแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ตายเช่นกัน ในข้อหาต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงาน และทำให้เสียทรัพย์ ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายเกิดความไม่พอใจ พร้อมเรียกร้องให้กองทัพออกมาแสดงความรับผิดชอบ และทหารที่ทำผิดต้องได้รับโทษถึงที่สุด

ด้านนายอภิชาติ ถานัน 35 ปี น้องชายผู้ตาย เล่าว่า พี่ชายเป็นความหวังของครอบครัว เพราะหลังจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ดิ้นรนทำงาน ดูแลครอบครัวมาตลอด เพราะเป็นพี่ชายคนโต มีพี่น้อง 3 คน ต้องดูแลแม่ที่ป่วยความดันเบาหวาน โรคไต มานานกว่า 2 ปี ต้องฟอกไตตลอด ถึงแม้พี่ชายจะป่วยโรคเครียด มีอาการโวยวายบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นจะทำร้ายใคร ยังสามารถทำงานดูแลแม่ได้ วันเกิดเหตุ สาเหตุที่เรียกทหาร เพราะพ่อต้องการนำพี่ชายไปรักษาให้หาย เพราะเชื่อว่ามีโอกาสหายแน่นอน หากได้รับการดูแลต่อเนื่อง แต่สุดท้ายต้องสูญเสียพี่ชายไป ซึ่งตนยอมรับว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอด เห็นคาตา ถึงแม้ทหารจะอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุ มันฟังไม่ขึ้น เพราะขอให้มาช่วยคุมตัวพี่ชายไปรักษาไม่ใช่มาจับคนร้าย ไม่ได้มีเหตุรุนแรง แต่พอพี่ชายขัดขืน กลับใช้ความรุนแรงโต้ตอบ อ้างว่าพี่ชายจะทำร้าย ความจริงมีวิธีอื่นในการลดความรุนแรง ยอมรับว่าพี่ชายต่อสู้ขัดขืน แต่เป็นการสู้เพื่อหนีมากกว่า ไม่ได้เจตนาจะทำร้ายใคร

“ในช่วงนาทีชีวิตตนเสียดายเข้าห้ามไม่ทัน ช่วงทหารพยายามเข้าคุมตัวพี่ชาย แต่ขัดขืนทำให้เกิดการทำร้ายร่างกายกัน ทำให้ทหารไม่พอใจ หลังพี่ชายใช้อาวุธมีดพยายามจะทำร้าย แต่เป็นการหาทางหนีมากกว่า จากนั้นเหตุการณ์บานปลายขึ้น เมื่อพี่ชายนำมีดยาวฟันใส่กระจกรถทางด้านคนขับก่อนวิ่งหนี และพยายามลอยน้ำข้ามห้วย แต่ทางทหาร 2 นายไม่ยอม ขับรถจักรยานยนต์ตามไปเพื่อทำร้ายพี่ชาย โดยตนพยายามวิ่งไปห้ามแต่ไม่ทัน พอทหารไปถึงหลังพี่ชายว่ายน้ำขึ้นจากลำห้วย ได้เอาไม้ไผ่รุมทุบตีพี่ชายไม่ยั้ง หนักสุดทหารอีกนายควักอาวุธปืนพกยิงใส่พี่ชายอีก 3 นัด แต่ถูกขาขวาแค่นัดเดียว พอพี่ชายล้มทรุดลงแทนที่จะหยุด กลับช่วยกันใช้ไม้รุมตีจนเลือดท่วมตัว และหมดสติ ตนพยายามวิ่งข้ามห้วยตะโกนร้องขอชีวิตให้ทหารหยุดแต่ไม่เป็นผล ไปถึงร่างพี่ชายดูสภาพแล้ว เชื่อแต่แรกว่าต้องเสียชีวิต โหดร้ายสุด ทำร้ายไม่พอ ไม่มีทีท่าว่าจะช่วยเหลือ ปล่อยให้พี่ชายนอนจมกองเลือด และเฮือกสุดท้าย ก่อนที่ตนจะวิ่งอ้อมห้วยไปถึงร้างพี่ชาย พบว่าได้พยายามกระเสือกกะสน ขึ้นไปกินน้ำบนกระท่อมนาใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนหมดสติไป ตนจึงร้องขอให้ทหารช่วยนำส่งโรงพยาบาล สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตได้ มาถึงวันนี้ภาพยังติดตาตลอด จะมาอ้างระงับเหตุหรือป้องกันตัวมันฟังไม่ขึ้น ขนาดพี่ชายว่ายน้ำข้ามห้วยหนีไป ยังตามไปยิงรุมทำร้าย มันเจตนาฆ่าชัดๆ โหดร้ายเกินคน สุดท้ายตนขอร้องให้หยุดแก้ตัว ขอให้ทางหน่วยงานทหารยอมรับความจริง กล้าออกมารับผิดแบบทหาร เพราะความจริงคือความจริง ตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอด แก้ตัวไปเท่านั้น เพราะตนไม่รู้ว่าพี่ชายผิดอะไร เอาอำนาจอะไรมาฆ่าพี่ชาย” นายอภิชาติกล่าว

Advertisement