จากกรณี พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง สว.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนพหลโยธินขาออก มุ่งหน้าสระบุรี กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย จึงไปตรวจสอบพบรถยนต์เบนซ์ สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู บริษัท ลัคโซติค ออโตโมทีฟ เป็นคนขับ ชนกับรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า ที่ไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอยู่ภายใน ทราบชื่อภายหลังคือนายกฤษณะ ถาวร 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี ทั้งสองเป็นนักศึกษาปริญญาโท เมื่อวันที่ 13 มีนาคมนั้น
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ1 และ พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับทันบุปผา รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ว่าขณะนี้สอบปากคำพยานบุคคลครบทั้ง 40 ปากแล้ว พร้อมทั้งยังรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานทั้งภายในรถ ในที่เกิดเหตุ และผลจากการส่งศพชันสูตรก็ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ยังได้รับผลตรวจความเร็วรถเบนซ์ที่ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบที่ฮ่องกงแล้วเช่นกัน พบว่าข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยง สอดคล้องและชัดเจนในการกระทำความผิด เชื่อว่าจะสามารถสำนวนส่งฟ้องอัยการได้ภายในวันที่ 26 เมษายนนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในส่วนของการตรวจเลือดที่ผู้ก่อเหตุพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ตรวจ เป็นเหตุให้เกิดข้อกังขาว่าจะได้ตรวจเลือดก็คงไม่ได้ผลตามความเป็นจริงนั้น ตนมองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะยังมีพยานและส่วนประกอบอื่นๆ อีกหลายส่วนที่สามารถนำมาใช้ประกอบสำนวนเพื่อให้มีน้ำหนักในการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนและญาติผู้เสียชีวิตไม่ต้องเป็นกังวล และขอยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีการวิ่งเต้นช่วยเหลือทางคดี

