ยึดงาช้างลอบนำเข้าแอฟริกากว่า 28 ล. ลวงว่าเป็นหินยังไม่เจียระไน คาดทดสอบเส้นทางขนสินค้า

5.04.16 | 16:10 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 เมษายน ที่ห้องประชุมสำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แถลงผลการตรวจยึดงาช้างที่ลักลอบนำเข้าจากทวีปแอฟริกา จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท


นายกุลิศ กล่าวว่า เนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามขบวนการวลักลอบงาช้างข้ามชาติ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบสินค้าต้องสงสัย เป็นถังพลาสติกสีขาว ห่อหุ้มด้วยกระสอบปุ๋ยหลายชั้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร สูง 55 เซนติเมตร จำนวน 12 ห่อ มีน้ำหนักรวมกว่า 498 กิโลกรัม ที่บริเวณสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งในใบสำแดงสินค้าระบุว่าเป็นหินที่ยังไม่ได้เจียระไน ที่ขนส่งมาจากเมืองนัมปูลา ประเทศโมซัมบิก ผ่านทางเคนย่า โดยสายการบินเคนย่า เที่ยวบิน KQ886 ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ตรวจสอบชื่อผู้รับ คือนายซาโต โมรี ชาวนิวกินี เจ้าหน้าที่จึงได้นำสินค้าทั้งหมดเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ พบว่าด้านบนถังดังกล่าวมีวัตถุลักษณะคล้ายหิน ส่วนด้านล่างมีวัตถุคล้ายงาช้าง เมื่อทำการเปิดถังพบงาช้างถูกตัดเป็นท่อนๆ หลายขนาด จำนวน 87 ท่อน น้ำหนัก 315.2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 28 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในชั้นล่างของถังพลาสติก โดยถูกหินไม่ทราบชนิดบรรจุไว้ด้านบนเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้จึงได้ทำการอายัดเพื่อตรวจสอบ

นายกุลิศ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทราบว่าสินค้าทั้งหมดมี 22 ถัง แต่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินมาได้ทั้งหมดเนื่องจากวัตถุมีน้ำหนักเกิน สินค้าจึงตกค้างที่ประเทศเคนย่าจำนวน 10 ถัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของไทยได้ทำการประสานไปยังประเทศเคนย่า เพื่ออายัดสินค้าไว้เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบพบว่า ในถังพลาสติกจำนวน 10 ถัง พบมีการซุกซ่อนงาช้างจำนวน 2 ถังน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม จากการตรวจสอบพบว่าชื่อผู้ที่รับสินค้าคือชายชาวนิวกินี ซึ่งได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการอายัดสินค้า คาดว่าจะเดินทางกลับไปที่ประเทศเคนย่า จึงได้ส่งข้อมูลไปยังประเทศเคนย่าเพื่อดำเนินการติดตามต่อไป ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบพบว่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายซาโต โมรี เคยนำเข้าหินที่ยังไม่ได้เจียระไนและบรรจุหีบห่อมาในลักษณะนี้เช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าเป็นการทดสอบเส้นทางการขนสินค้า ก่อนจะทำการส่งงาช้างในครั้งนี้

ทั้งนี้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชี 1 ใน 8 ประเทศที่ทำการลักลอบขนสินค้าและการค้าขายซากสัตว์และสัตว์ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซี่งชนิดของสัตว์และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการประสานทางกรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทั้งในเรื่องการดูแลและประสานข้อมูล ซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศเป้าหมายประมาณ 27 ประเทศในทวีปแอฟริกา จะถูกนำเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย เบื้องต้นจะทำการส่งงาช้างทั้งหมดให้กับกรมอุทยานฯ ไปทำการตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่มา และเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนและประสานข้อมูลกับประเทศต่างๆที่อยู่ในอนุสัญญาไซเตสเพื่อทำการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้างาช้างต่อไป

Advertisement