นำตัวแท็กซี่สวมรอย ‘ผู้การโจ๊ก’ ฝากขัง หลังแจ้งข้อหาฉ้อโกง ไร้ญาติยื่นประกันตัว

25.05.18 | 09:37 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.ต.เพ็ชร กิจพฤกษ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีสงคราม คุมตัวนายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น กรณี พ.ต.ท.พงษอนันต์ ซุบรัมย์ สารวัตรสืบสวนนครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีหลักฐานผู้ต้องหาได้หลอกลวงสวมรอยเป็น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และมีการเจรจาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อเรียกรับเงินวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่ง ทำให้มีเจ้าตัวและเพื่อนตำรวจรวม 6 นายสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งตามข้อตกลง จนกระทั่งมีการสืบทราบภายหลังว่าผู้กระทำความผิดคือนายไพจิตร์ สายยา อายุ 40 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง ชาว จ.สกลนคร เนื่องจากมีการตรวจสอบหลักฐานจากบัญชีการโอนเงิน


จนกระทั่ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกมาแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าว พร้อมกับยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา ที่สำคัญ ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ที่ สภ.ศรีสงคราม ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ให้การเบื้องต้นว่า ลงมือวางแผนทำคนเดียว อยากได้เงิน หลังมีข้อมูลเรื่องการวิ่งเต้นจึงวางแผน ฉวยโอกาสเรียกรับเงินกับตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปที่ศาลจังหวัดนครพนมเพื่อขอฝากขังเป็นผัดแรก รอการสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องตามกฎหมาย ไม่พบว่ามีญาติมาขอยื่นประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งจะได้มีการนำไปควบคุมตัวชั่วคราวรอการพิจารณาที่เรือนจำกลางจังหวัดนครพนม ส่วนทางด้าน พ.ต.ท.พงษอนันต์ ซุบรัมย์ สารวัตรสืบสวนนครพนม เจ้าทุกข์ ที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเอาผิดผู้ต้องหาได้เดินทางมาให้การเพิ่มเติม แต่ไม่ขอให้ข้อมูลหรือสัมภาษณ์ผ่านสื่อ ขอชี้แจงตามขั้นตอน ซึ่งยังไม่พบว่ามีคำสั่งในการตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากทาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ออกมาระบุว่าจะมีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีตำรวจที่เกี่ยวข้องตามที่เป็นข่าวในการถูกหลอกโอนเงินวิ่งเต้นรวมทั้งสิ้น 6 นาย ส่วนใหญ่มีตั้งแต่ระดับสารวัตร รองผู้กำกับ และรองผู้บังคับการอีก 1 นาย ที่มีข้อมูลว่าจ่ายเงินค่าวิ่งเต้นบางส่วนให้ผู้ต้องหาจริง โดยทางตำรวจจะได้เร่งสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป