สั่งสอบกรณี’ภูริ’ฟ้องชายฉกรรจ์บุกรุกเกาะนาคาน้อย จนท.ที่ดินโพสต์แจงออกเอกสารสิทธิ

6.04.16 | 17:20 น.

วันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของ Pongsuk Hiranprueck ได้โพสต์ภาพใหม่จำนวน 6 ภาพ โดย 2 ใน 6 ภาพเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯมายังเกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต ในครั้งอดีต อีก 4 ภาพเป็นทัศนียภาพของเกาะนาคาน้อยถ่ายจากที่สูงในอดีต-ปัจจุบัน รวมไปถึงภาพนกเงือกที่กำลังจะสูญพันธุ์จากเกาะนาคาน้อยพร้อมระบุข้อความ “ความจริงเกี่ยวกับเกาะนาคาน้อยและป่าที่กำลังถูกทำลายฟรีๆ” โดยก่อนหน้าที่เฟซบุ๊กดังกล่าว จะโพสต์ภาพและข้อความ ได้มีไอจีของ “puri99” โพสต์ข้อความและภาพจำนวน 2 ภาพ ซึ่งถ่ายระยะไกล โดยเป็นภาพชายหาดริมเกาะนาคาน้อย มีเรือสปีดโบ๊ตจอดลอยลำและมีกลุ่มชายฉกรรจ์มีอาวุธพร้อมกับระบุข้อความเช่นเดียวกัน

ข้อความดังกล่าวระบุว่า “ช่วยด้วยครับ โจรบุกทำลายป่า เห็นชัดๆ ว่าเอกสารสิทธิได้มาโดยมิชอบ หลักฐานชัดเจน เจ้าหน้าที่ที่ดินคนเช็นออกเอกสารก็ยอมรับแล้วว่ามีที่มาผิดจริงๆ โดนลูกน้องหลอก เรื่องนี้ทางกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการเตรียมถอดถอนแล้ว DSI กำลังจะเอาเข้าเป็นคดีพิเศษ เอาผิดทั้งขบวนการ แต่เช้าวันนี้มีกลุ่มคนที่ได้รับจ้างมาจากเจ้าของโฉนดเถื่อนพกอาวุธเต็มมือเตรียมเข้าถางที่ป่า ที่ไม่เคยครอบครองและอาจจะมาถางที่ของครอบครัวผมด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่เคยขึ้นมารังวัด จะมีหมุดได้อย่างไร ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่อยู่ของนกเงือกกำลังจะถูกทำลาย เราส่งคนเข้าไปห้าม ชักปืนใส่ เราสู้ไม่ได้จริงๆ ผมขอวอนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องช่วยระงับการทำลายป่าครั้งนี้ด้วยเถิด เอกสารที่ดินเถื่อนอันนี้ กรมที่ดินกำลังจะถอดถอน แต่ถ้าคนเถื่อนพวกนี้เข้ามาทำลายป่าเสียก่อนจะแก้ไม่ทัน ผมวอนช่วยกันแชร์ให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลทีเถอะ อย่ากลัวอำนาจมืด ผืนป่าของประเทศจะหมด เพราะการกระทำแบบนี้” จากนั้นได้มีคนในโลกโซเชียลแชร์ภาพและข้อความดังกล่าวไปเป็นจำนวนมากพร้อมกับแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการโพสต์ข้อความและภาพผ่านโลกโซเชียลมีเดียของคนในครอบครัว “หิรัญพฤกษ์” ดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วและเห็นข้อความดังกล่าวแล้วเช่นกัน โดยกรณีที่มีการระบุเอกสารสิทธิบางแปลงที่ถูกออกบนเกาะนาคาน้อยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ขณะนี้อยู่ในขบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจังหวัดไม่ได้นิ่งหรือเพิกเฉย แต่ทุกอย่างจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าพบว่าผิดหรือมีการออกเอกสารสิทธิที่ถูกกล่าวอ้างว่าเถื่อนหรือออกมาผิดจะมีการเพิกถอนตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว โดยขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอกสารสิทธิแปลงนี้ เช่น ดีเอสไอ-สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังมีการโพสต์ข้อความและภาพดังกล่าวผ่านโซเชียลได้มอบหมายให้นายโชคดี อมรวัฒน์ รอง ผวจ.ภูเก็ต และนายอำเภอเมืองภูเก็ตพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่ามีอาวุธที่จะเข้าไปถางป่าหรือทำลายป่าแล้ว

ทั้งนี้ นายจำเริญกล่าวว่า ขณะที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิแปลงดังกล่าว ว่าออกมาโดยชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เจ้าของสิทธิตามเอกสารสิทธิก็ยังสามารถเข้าไปยังพื้นที่ที่ตนเองถือครองกรรมสิทธิ์ได้อยู่ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิหรือถือว่าเอกสารสิทธิที่ถือครองอยู่นั้นเป็นการออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขบวนการพิสูจน์สิทธิและอยู่ระหว่างขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจึงไม่สามารถไปห้ามเจ้าของเอกสารสิทธิเข้าไปในที่ดินที่ถือครองได้ ซึ่งทุกฝ่ายต้องทำความเข้าใจในขั้นตอนของกฎหมายด้วย

201604061551567-20150427133841

Advertisement

นายจำเริญกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับกรณีครอบครัว “หิรัญพฤกษ์” ระบุมีกลุ่มคนข่มขู่หรือคุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น ขอให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจหรือฝ่ายปกครองโดยตรง เพื่อจะได้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และสามารถร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยของคนในครอบครัว รวมไปถึงที่ดินที่ทางครอบครัวถือครองสิทธิอยู่บนเกาะแห่งนั้น โดยจังหวัดจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายและเป็นกลาง โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะทุกอย่างจะต้องทำตามกฎหมาย ผิดก็เพิกถอน ถูกก็คุ้มครองสิทธิ

ด้านนายสิทธิชัย พรหมชาติ อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต สาขาถลาง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้บนเฟซบุ๊ก โดยมีผู้นำมาโพสต์ต่อในจังหวัดภูเก็ต มีข้อความว่า “เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอแจ้งความจริงให้ทราบเกาะนาคาน้อยเป็นพื้นที่เหมือนกับที่ดินทั่วไปไม่ได้เป็นพื้นที่ป่าไม้ทุกประเภท การออก น.ส.3 ก ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฏหมาย คือออกให้แก่ผู้มีสิทธิครอบครอง และในขณะที่ออก น.ส.3 ก็ออกให้แก่ผู้จัดการมรดกของผู้แจ้ง ผู้แจ้ง สค.1 คือหากเอกสาร สค.1 ถูกต้อง การออก น.ส.3 ก็ชอบด้วยกฏหมาย แต่ได้ตรวจสอบในภายหลังพบว่า สค.1 ที่นำมาเป็นหลักฐานในการออก น.ส.3 เนื้อที่ไม่ตรงกับทะเบียนทางส่วนกลางและอาจมีการแก้ไขข้างเคียง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบ น.ส.3 ก ก็ไม่ชอบด้วย ต้องทำการเพิกถอนอยู่ระหว่างดำเนินการไม่น่าจะเกิน 60 วัน
แต่หากพิจารณาสภาพการครอบครองที่ดินทั้งเกาะมีสภาพคล้ายกัน คนจะมีสิทธิได้ต้องครอบครองโดยชอบก่อนกฏหมายที่ดินใช้บังคับ ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไป หากผลการตรวจสอบพบว่าไม่มีสิทธิ  ก็เป็นโชคของคนไทยทั้งแผ่นดิน ที่จะได้มีที่ดินสาธารณะให้คนทั้งแผ่นดินได้ใช้ การลงนามในเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก แปลงนี้ เนื่องจาก สค.1 มีการแก้ไขเป็นเหตุให้ น.ส.3 ก ไม่ชอบ ผมถือเป็นความอัปยศ ในชีวิตราชการของผม ผมคงไม่ยอมให้ผ่านไปโดยไม่ทำความจริงให้กระจ่าง”
สำหรับในเรื่องนี้ เบื้องต้น นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา มอบหมายให้นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ นายอำเภอถลาง รับผิดชอบติดตามปัญหาเรื่องที่ดิน ที่เกิดขึ้น และมีการนัดหมาย เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานสาขาอำเภอถลาง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งผู้นำชุมชนเข้าไปตรวจสอบพื้นที่จริง บนเกาะนาคาน้อยอีกครั้งหนึ่ง