วันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เฟซบุ๊กของ Pongsuk Hiranprueck ได้โพสต์ภาพใหม่จำนวน 6 ภาพ โดย 2 ใน 6 ภาพเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯมายังเกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต ในครั้งอดีต อีก 4 ภาพเป็นทัศนียภาพของเกาะนาคาน้อยถ่ายจากที่สูงในอดีต-ปัจจุบัน รวมไปถึงภาพนกเงือกที่กำลังจะสูญพันธุ์จากเกาะนาคาน้อยพร้อมระบุข้อความ “ความจริงเกี่ยวกับเกาะนาคาน้อยและป่าที่กำลังถูกทำลายฟรีๆ” โดยก่อนหน้าที่เฟซบุ๊กดังกล่าว จะโพสต์ภาพและข้อความ ได้มีไอจีของ “puri99” โพสต์ข้อความและภาพจำนวน 2 ภาพ ซึ่งถ่ายระยะไกล โดยเป็นภาพชายหาดริมเกาะนาคาน้อย มีเรือสปีดโบ๊ตจอดลอยลำและมีกลุ่มชายฉกรรจ์มีอาวุธพร้อมกับระบุข้อความเช่นเดียวกัน
ข้อความดังกล่าวระบุว่า “ช่วยด้วยครับ โจรบุกทำลายป่า เห็นชัดๆ ว่าเอกสารสิทธิได้มาโดยมิชอบ หลักฐานชัดเจน เจ้าหน้าที่ที่ดินคนเช็นออกเอกสารก็ยอมรับแล้วว่ามีที่มาผิดจริงๆ โดนลูกน้องหลอก เรื่องนี้ทางกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการเตรียมถอดถอนแล้ว DSI กำลังจะเอาเข้าเป็นคดีพิเศษ เอาผิดทั้งขบวนการ แต่เช้าวันนี้มีกลุ่มคนที่ได้รับจ้างมาจากเจ้าของโฉนดเถื่อนพกอาวุธเต็มมือเตรียมเข้าถางที่ป่า ที่ไม่เคยครอบครองและอาจจะมาถางที่ของครอบครัวผมด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่เคยขึ้นมารังวัด จะมีหมุดได้อย่างไร ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่อยู่ของนกเงือกกำลังจะถูกทำลาย เราส่งคนเข้าไปห้าม ชักปืนใส่ เราสู้ไม่ได้จริงๆ ผมขอวอนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องช่วยระงับการทำลายป่าครั้งนี้ด้วยเถิด เอกสารที่ดินเถื่อนอันนี้ กรมที่ดินกำลังจะถอดถอน แต่ถ้าคนเถื่อนพวกนี้เข้ามาทำลายป่าเสียก่อนจะแก้ไม่ทัน ผมวอนช่วยกันแชร์ให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลทีเถอะ อย่ากลัวอำนาจมืด ผืนป่าของประเทศจะหมด เพราะการกระทำแบบนี้” จากนั้นได้มีคนในโลกโซเชียลแชร์ภาพและข้อความดังกล่าวไปเป็นจำนวนมากพร้อมกับแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการโพสต์ข้อความและภาพผ่านโลกโซเชียลมีเดียของคนในครอบครัว “หิรัญพฤกษ์” ดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วและเห็นข้อความดังกล่าวแล้วเช่นกัน โดยกรณีที่มีการระบุเอกสารสิทธิบางแปลงที่ถูกออกบนเกาะนาคาน้อยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ขณะนี้อยู่ในขบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจังหวัดไม่ได้นิ่งหรือเพิกเฉย แต่ทุกอย่างจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าพบว่าผิดหรือมีการออกเอกสารสิทธิที่ถูกกล่าวอ้างว่าเถื่อนหรือออกมาผิดจะมีการเพิกถอนตามขั้นตอนของกฎหมายอยู่แล้ว โดยขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอกสารสิทธิแปลงนี้ เช่น ดีเอสไอ-สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งหลังมีการโพสต์ข้อความและภาพดังกล่าวผ่านโซเชียลได้มอบหมายให้นายโชคดี อมรวัฒน์ รอง ผวจ.ภูเก็ต และนายอำเภอเมืองภูเก็ตพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่ามีอาวุธที่จะเข้าไปถางป่าหรือทำลายป่าแล้ว
ทั้งนี้ นายจำเริญกล่าวว่า ขณะที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิแปลงดังกล่าว ว่าออกมาโดยชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เจ้าของสิทธิตามเอกสารสิทธิก็ยังสามารถเข้าไปยังพื้นที่ที่ตนเองถือครองกรรมสิทธิ์ได้อยู่ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิหรือถือว่าเอกสารสิทธิที่ถือครองอยู่นั้นเป็นการออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขบวนการพิสูจน์สิทธิและอยู่ระหว่างขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจึงไม่สามารถไปห้ามเจ้าของเอกสารสิทธิเข้าไปในที่ดินที่ถือครองได้ ซึ่งทุกฝ่ายต้องทำความเข้าใจในขั้นตอนของกฎหมายด้วย

นายจำเริญกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับกรณีครอบครัว “หิรัญพฤกษ์” ระบุมีกลุ่มคนข่มขู่หรือคุกคามความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั้น ขอให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจหรือฝ่ายปกครองโดยตรง เพื่อจะได้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และสามารถร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยของคนในครอบครัว รวมไปถึงที่ดินที่ทางครอบครัวถือครองสิทธิอยู่บนเกาะแห่งนั้น โดยจังหวัดจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายและเป็นกลาง โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะทุกอย่างจะต้องทำตามกฎหมาย ผิดก็เพิกถอน ถูกก็คุ้มครองสิทธิ

