ดีเอสไอลุยศรีสะเกษ ตามคดีโกงแชร์ทองคำข้ามชาติ ทำสูญเงินกว่าพันล้าน

6.04.16 | 18:00 น.

 


วันที่ 6 เมษายน เมื่อเวลา 09.00 น. นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการส่วนคดีอาญาพิเศษ 2  สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 125/2558 ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้เสียหายในพื้นที่ ซึ่งได้ร้องทุกข์ว่าถูกหลอกลวงให้ลงทุนทองคำกับบริษัท พีเอ็มบี เพกาซัส (ไทยแลนด์) จำกัด และ Pegasus Bullion Limited

นายปิยะศิริเปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อทำการสอบสวนคดีของการแชร์ทองคำ ที่มีทางกลุ่มชาวต่างชาติประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย ร่วมกับคนไทย หลอกให้ประชาชนลงทุนแชร์ทองคำที่ไม่มีอยู่จริง โดยให้ผลตอบแทนอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน (ร้อยละ 120 ต่อปี) ของน้ำหนักทองคำที่ลงทุน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2556 จนถึงเดือนมกราคม 2558 กลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่า บริษัททั้งสองได้ประกอบธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนทองคำแท่ง ซึ่งการซื้อขายทองคำแท่งนั้นจะมีให้เลือก 4 ขนาด ประกอบด้วยขนาด 20,100, 500 และ 1,000 กรัม โดยมีราคาซื้อขายประมาณ 35,000 บาท ต่อทองคำหนัก 20 กรัม โดยการปรับตัวของราคาขึ้นอยู่กับราคาของทองคำและค่าเงินบาทด้วย และหลังจากที่ผู้ลงทุนได้ลงทะเบียนซื้อทองคำแล้ว จะได้รับใบรับรองจากบริษัท Pegasus Bullion Limited จำกัด และจะสามารถเลือกรับผลตอบแทนเป็นทองคำ หรือฝากเก็บไว้เพื่อรับดอกเบี้ยรายเดือนก็ได้ ซึ่งมีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากมีผู้ร่วมลงทุนจำนวนมาก กลุ่มตัวแทนบริษัทก็ได้ออกมาประกาศว่าบริษัทมีปัญหาล้มละลายและปิดตัวลง ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนที่หลงเชื่อร่วมลงทุนซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนเพิ่มเติม และพยายามสืบทรัพย์ เพื่อช่วยในการเฉลี่ยทรัพย์ ช่วงบั้นปลายของคดี

201604061346533-20080804112417

Advertisement

นายปิยะศิริกล่าวต่อไปว่า ระหว่างที่พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ติดตามคดี พบว่ามีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากได้เข้าพบกับคณะพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ชักชวนให้ประชาชนลงทุนในกองทุนเหมืองทองคำ ในนาม Vergim Gold Mining Corperation หรือตัวย่อ VGMC ซึ่งอ้างว่าเป็นการลุงทุนกับเหมืองทองคำในประเทศแอฟริกาใต้ อีกทั้งยังพบการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการหลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปลงทุนในหุ้นน้ำมันกับบริษัท อีซี่แคชฯ ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจากการสังเกตนั้นจะเห็นได้ว่ามีพฤติกรรมการหลอกลวงลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่จะแตกต่างกันในเรื่องสิ่งที่ใช้ในการลงทุน ซึ่งคดีทั้ง 2 อยู่ในการดำเนินการของสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 อยู่แล้ว ซึ่งจะได้นำข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้ไปประกอบการสอบสวนต่อไป

นายปิยะศิริกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีประชาชนถูกหลอกลวงในเรื่องของแชร์ลูกโซ่ ให้ท่านติดต่อมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 เพื่อที่ทางเราจะได้ทำการตรวจสอบว่าสิ่งที่ประชาชนได้รับความเสียหายนั้นเป็นคดีที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบหรือไม่ แต่หากไม่ใช่ จะได้นำคดีดังกล่าวส่งต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป