ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงนายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตข้างรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กพ 9219 ขอนแก่น เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 198/45 ซอยกสิกรทุ่งสร้าง 20 หมู่บ้านจอมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค.56 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนให้น้ำหนักสาเหตุเรื่องปมชู้สาว หลังได้เบาะแสว่าผู้ลงมือเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งต้องการทดแทนบุญคุณผู้บงการที่ไม่พอใจผู้ตาย เพราะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ติดพันอยู่ กระทั่งมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับชั้นประทวน ก่อนจะขยายผลสาวโยงไปจับกุมนายตำรวจระดับ “พ.ต.ท.” ส่งฟ้องศาลตามกระบวนการยุติธรรมตามที่เสนอข่าวมาโดยตลอด
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มกราคม พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ในคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2557 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ อ.2074 / 456 สรุปว่า ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องในคดีนี้ ซึ่งมี พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม อดีตรอง ผกก.ป.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.หนองเรือ นายประพันธ์ ศรีพิลัย นายบุญช่วย จูงกลาง และนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลย ซึ่งในวันเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายและยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุยิงผู้ตายได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีพยานบุคคลเบิกความยืนยัน ว่า พ.ต.ท.สมจิต กับนายประพันธ์ เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย โดยมี ด.ต.วีระศักดิ์เป็นผู้ชี้เบาะแสจับกุมและเป็นพยานเบิกคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวนได้ดี ระบุว่า นายบุญช่วยเป็นคนขับรถคันดังกล่าว ขณะที่นายปิยะพงษ์ ซึ่งนั่งมาในรถด้วยกันไม่ได้ลงมาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงผู้ตาย เพราะนอนหลับไปด้วยความมึนเมา สำหรับสาเหตุเป็นเรื่องที่เกิดจาก พ.ต.ท.สมจิต ต้องการทดแทนบุญคุณอดีต ส.ส.ขอนแก่นคนหนึ่งซึ่งให้การช่วยเหลือจนได้เป็นรอง ผกก.ป.สภ.หนองเรือ
พล.ต.ต.จตุพลเปิดเผยว่า ขณะนั้นศาลชั้นต้นพิเคราะห์เห็นว่า พ.ต.ท.สมจิตมีความผิดหลายกรรมต่างกันจึงให้ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียวริบของกลางทั้งหมด ส่วนนายประพันธ์ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทา พิพากษาจำคุก 37 ปี 14 เดือน 30 วัน และพิพากษายกฟ้อง ด.ต.วีระศักดิ์ นายบุญช่วย และนายปิยะพงษ์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ และทันทีที่รับทราบคำพิพากษา นางลำดวง โคตรทุม ภรรยาปลัด อบจ.ขอนแก่น กับบุตรสาว 2 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรงยังต้องดำเนินการฟ้องศาลอุทธรณ์ต่อไป เพราะยังมีประเด็นที่ต้องต่อสู้ ทำให้โจทก์กับทนายโจทก์ร่วมกันยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการของกฎหมาย ส่วนการสืบสวนไปยังผู้จ้างวานยังเดินหน้าในการทำสำนวนต่อไป
ต่อมา เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ได้อ่านคำพิพากษาคดีฆ่า นายสุชาติ โคตรทุม ขณะนั้นเป็นปลัด อบจ.ขอนแก่น ซึ่งมีอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล จำเลยที่ 1 พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม จำเลยที่ 2 นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 นายปิยะพงษ์ มีกำปัง จำเลยที่ 5 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 3 จำคุก 37 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำเลยทั้ง 5 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 5 ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษ 1 ใน 3 เป็นให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในส่วนของจำเลยที่ 2 ให้ลงโทษประหารชีวิต” พล.ต.ต.จตุพลกล่าว
พล.ต.ต.จตุพลกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีดังกล่าว พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม อดีต รอง ผกก.ป.สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนคนร้ายที่อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมดจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้นต้องเคารพในคำพิพากษาของศาล ส่วนจำเลยจะร้องทุกข์ไปที่ศาลฎีกาหรือไม่ก็เป็นสิทธิของจำเลยทั้ง 5 คน จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ว่าจ้างตอนนี้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของการสืบพยานอีกหลายปาก โดยผู้ว่าจ้างในคดีนี้ได้มาติดต่อกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อขอมอบตัวเพื่อสู้คดีถึงที่สุด เพราะถือว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เกี่ยวกับที่พนักงานสอบสวนได้กล่าวหาแต่อย่างไร

