ผู้ว่าอุตรดิตถ์มอบนายอำเภอพิชัยสอบเงินกองทุนหมู่บ้านหาย 2 ล.

30.05.18 | 13:39 น.

กรณี นางบุญยืน เรืองอยู่ อายุ 61 ปี บ้านเลขที่ 136/1 บ้านเกาะ หมู่ 7 ต.บ้านดารา อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พร้อมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านหนึ่งล้านบาท ร้องเรียนว่า เงินกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาทของบ้านเกาะ หมู่ 7 ที่กรรมการสะสมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหายไปจากบัญชีจำนวน 2 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากสมาชิกกองทุนทั้ง 63 ราย ขอกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านรายละ 30,000 บาท แต่กรรมการรายหนึ่งของกองทุนแจ้งว่า เงินหายไปจากบัญชีไม่สามารถให้สมาชิกกู้ได้ ทำให้สมาชิกทั้ง 63 ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีเงินไปคืนกรรมการกองทุนหมู่บ้าน และต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,500 บาทจนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,500 บาทอยู่


ล่าสุดวันที่ 30 พฤษภาคม นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และยังไม่ได้รับรายงานจากนายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอพิชัยหรือพัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์ ว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่เมื่อเป็นข่าวทางสื่อมวลชนจะแต่งตั้งให้นายเจษฎาและพัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์ลงไปทำการสอบสวนเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจหากมีหลักฐานก็ให้เร่งดำเนินการ ไม่ใช่ให้มีการประวิงเวลาออกไปแบบนี้ และหากกรรมการรายใดเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายทันที หากเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะต้องทำการสอบสวนวินัยหากผิดว่า มีการทุจริตก็ต้องไล่ออกจากตำแหน่ง พร้อมทั้งฟ้องเรียกเงินคืน และสอบสวนทางวินัยด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ

“กองทุนหมู่บ้านมีหลายแห่งที่การดำเนินการช่วงแรกที่มีเงินน้อยทุกคนจะไม่เบี้ยวไม่โกงไม่ทุจริต ตราบใดหากมีเงินกองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะเกิดความโลภ อยากได้เงินกองทุนมาเป็นของตัวเอง กรรมการกองทุนบางรายก็ทุจริตเสียเอง ด้วยการนำชื่อบุคคลอื่นเข้ามาทำการกู้เงินจากกองทุนแล้วไม่ยอมใช้คืน บางรายก็ยักย้ายถ่ายเงินของกองทุนไปใช้จนเงินหมดจากกองทุน แต่พอถึงเวลาสมาชิกจะขอกู้เงินก็หามาคืนไม่ทัน ชาวบ้านเองก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับคนเหล่านี้ เนื่องจากไม่อยากจะมีปัญหากับคนทุจริตพวกนี้ บางครั้งก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดคนทุจริตได้” นายเสฐียรพงศ์กล่าว