ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ถึงการตามจับกุม เกี่ยวกับการติดตามจับกุมตัว กรณีมีการปราบปรามการทุจริตในวงการศาสนา และทางมหาเถรสมาคมได้มีการเสนอโปรดเกล้าฯ ถอดถอนสมณศักดิ์ พระเถรชั้นผู้ใหญ่ และมีการออกหมายจับพระรูปสำคัญที่เกี่ยวข้อง เหลือเพียง พระพรหมเมธี หรือ จำนงค์ เอี่ยมอินทรา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิด คดีเงินทอนวัด จนกระทั่งมีข่าวว่า ได้มีการหลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.นครพนม ตั้งแต่ช่วง วันวิสาขบูชา ในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเตรียมหาทางหลบหนีไปยัง แขวงคำม่วน สปป.ลาว ตามชายแดน จ.นครพนมนั้น
ปรากฏว่าพบรถตู้ที่คาดว่าเป็นพาหนะของพระพรหมเมธี มาจอดทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม แต่ไม่พบตัวพระพรหมเมธี ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือแฝง ภายในรถอย่างละเอียด พร้อมออกติดตามอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่าน่าจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทางช่องทางธรรมชาติไปแล้ว ตามรายงานแจ้งว่ามีสีกาชื่อ จ. ลูกศิษย์คนสนิทชาวไทยพาข้ามพรมแดนไป
แหล่งข่าวบอกว่าพระพรหมเมธี หนีขึ้นเรือหาปลาที่ชุมชนบ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 3 กม.
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า หลังจากพระพรหมเมธีข้ามชายแดนสำเร็จ ก็ได้ไปพักที่โรงแรมดงชัย ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว หลังจากนั้นในตอนเช้าของวันที่ 31 พฤษภาคม ก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองสองห้อง ซึ่งห่างจากเมืองท่าแขกไปทางเหนือประมาณ 50 กม. ซึ่งที่นั่นมีคนมาคอยรับตัวพระพรหมเมธีเดินทางต่อโดยยังไม่ทราบจุดหมายปลายทางว่าไปที่ใด ทางเจ้าหน้าที่ได้ตามประกบตัวสีกา จ. อย่างใกล้ชิด และสามารถควบคุมตัวได้ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จังหวัดนครพนม ขณะกำลังเดินทางกลับเข้ามาจากฝั่ง สปป.ลาว พร้อมนำตัวมาสอบสวนหาเบาะแสของพระพรหมเมธีว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนต่อไป

