จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดเลย ได้เข้าร่วมเข้า โครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ ในสมัย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช เป็น ผบก.ภ.จ.เลย ได้หลอกให้ตำรวจที่ร่วมเข้าโครงการ 192 คน กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลย มาลุงทุน จนต้องสูญเงินกว่า 229 ล้านบาท หลังจากที่ตำรวจผู้เข้าร่วมโครงการส่งตัวแทน 30 นาย เดินทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอเข้าพบและยืนหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในเช้าของวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้รับคำมั่มสัญญาจาก ผบ.ตร.จัดการเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ต.ต. สว.สอบสวนรายหนึ่ง กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางกลุ่มทั้ง 192 คน ได้มีการประชุมแล้วมีมติหลังจากที่ตัวแทนเข้าพบกับท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และได้รับปากว่า จะจัดการเรื่องดังกล่าวและรับทราบความเดือดร้อน จะจัดการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ตอนแรกทางกลุ่มได้คุยกันก่อนไปว่า หลังจากเข้าพบผบ.ตร. แล้ว เราจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช กับกองปราบ และรวมทั้งขอให้ ปปง.และ ปปช.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่ในขั้นตอนต่อไปทางกลุ่มจะรอดูและขอหยุดการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วัน ที่ทาง ผบ.ตร.รับปากจะจัดการให้แล้วเสร็จ แต่ถ้ายังมีเรื่องติดขัดอะไรเกินภายใน 7 วัน ทางกลุ่มก็จะขอเคลื่อนไหวอีกครั้งโดยทางกลุ่มจะขอแจ้งความเป็นเจ้าทุกข์เอง กับกองปราบและจะยืนหนังสือถึงปปง.และ ปปช.ตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
ในส่วนการช่วยเหลือของสหกรณ์ในเบื้องต้นจากเงินกู้ปกติให้กู้เพียง 30,000 บาท มาเป็น 50,000 บาท ก็เป็นเพียงการเยี่ยวยาเบื้องต้น ชะลอให้สถานบันการเงินหยุดท้วงหนี้ และฟ้องศาล ตำรวจทุกนายยังคงแบกภาระเหมือนเดิน ตราบใดยังไม่ได้เงินคืนในโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ สิ้นเดือนยังคงต้องจ่ายทั้งสหกรณ์ สถาบันการเงิน แม้สถาบันการเงินจะจ่ายเงินต้นน้อยลง 500 บาท แต่ยังคงเสียดอกเบี้ยแต่ละเดือนเหมือนเดิม แต่สหกรณ์ยังคงหักเงินไปเต็มๆ
ด้าน ด.ต.ประสาน พลซา ตำรวจจราจรสภ.เมืองเลย เปิดเผยว่า ดีใจที่ทางสหกรณ์อนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินให้ ทั้งหมด 192 คน ได้คนละ 50,000 บาท ที่ร่วมโครงการรวมหนี้ เพื่อที่จะเอาเงินมาจาก ธนาคารที่มีหนังสือมาทวงหนี้ โดยได้จ่าย ธนาคารออมสิน 6,100 บาท ซึ่งธนาคารออมสินได้จ่ายงวดสุดท้ายเพียงงวดเดียว ส่วนของธนาคารกรุงไทยอีก 8,600 บาท โดยธนาคารกรุงไทย ต้องจ่ายทั้งหมด ทางธนาคารค่อยปรับโครงสร้างหนี้ให้ใหม่ ในส่วนเงินของตนที่กู้ทั้งหมด 1 ล้านบาท ที่ร่วมกู้นั้น ของธนาคารกรุงไทย 650,000 บาท ออมสิน 350,000 บาท รวมเป็น 1 ล้านบาท กู้มาร่วมเข้าโครงการ เพื่อที่จะได้ส่วนต่างอยู่ที่ 5,000 บาทต่อเดือน แต่ไม่ได้รับเป็นเงินสด เพราะทางเจ้าของโครงการได้เอาให้สหกรณ์ นำไปตัดเงินต้น โดยจากที่ตนได้ไปขอดูบัญชีสหกรณ์เท่านั้น
แต่ในทางปฎิบัติจริงๆเจ้าของโครงการได้จ่ายให้เดือนละ 5,000 บาท ให้กับตนจ่ายไปเพียง 4 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อเจ้าของโครงการไม่ได้ส่งเงินเข้าธนาคาร ทางธนาคารก็ได้ทวงถาม ตนกลัวเสียเครดิตจึงได้ไปหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้อง เพื่อไปจ่ายธนาคาร จนกระทั้งหลายเดือนเข้าจึงตัดสินใจนำปืนส่วนตัวไปจำนำ ไป 2 กระบอก เพื่อเอาเงินไปจ่ายธนาคาร แต่ตอนนี้ตนหมดหนทางยืนเงินญาติพี่น้องจนครบทุกคนแล้ว ยังไม่มีเงินจ่ายคืนให้เขา ปืนที่เคยพกติกตัวก็ไม่มีด้วยซ้ำจำนำหมด แต่มั่นใจที่ทาง ผบ.ตร.รับปากช่วยเหลือให้เสร็จเรื่องนี้ภายใน 7 วัน ทุกวันตนก็เพียงได้แต่ภาวนา ให้ได้เงินคืนกลับมาก็เพียงพอ

