โจรร่างท้วมบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ลิสซิ่งดังกลางเมืองพิษณุโลก กวาดเงินราว 5 หมื่นก่อนซิ่งหนี

7.04.16 | 18:40 น.

 

วันที่ 7 เมษายน เมื่อเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.ไพโรจน์ คล้ายสุวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงทรัพย์ภายในบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เลขที่ 230/6 สาขาถนนบรมไตรโลกนารถ ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้วจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สารนัย คงเมือง รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก รรท.ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.ท.นนทวร สีอินทร์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 ภายในอาคารที่เกิดเหตุพบพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการจำนวนมาก กำลังอยู่ในอาการตกใจจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณลิ้นชักหลังโต๊ะเคาน์เตอร์จ่ายเงิน พบว่ามีทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสดประมาณ 50,000 บาท

รายงานระบุ หลังก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่หลบหนีหายไปทางถนนบรมไตรโลกนารถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดจับแต่ยังไร้วี่แววของคนร้ายรายนี้

จากการสอบถาม น.ส.กังสดาล ไทยมณี พนักงานให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีชายรูปร่างท้วม สูงประมาณ 165 – 170 ปี สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำบิดบังใบหน้า ใส่เสื้อคลุมสีน้ำตาล นุ่งกางเกงสแลคสีดำ เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่าต้องการใช้เงินหลายครั้ง แต่พนักงานเข้าใจว่าเป็นคนที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน เนื่องจากแต่งกายคล้ายกัน จึงยังไม่ได้สนใจอะไร ทันใดนั้นมีลูกค้าเห็นว่าชายคนดังกล่าวถืออาวุธปืนติดตัวมาด้วย จึงตะโกนร้องว่ามีโจรปล้น

201604071744034-20021028190244

Advertisement

จากนั้นคนร้ายได้ยกปืนขึ้นมาข่มขู่ ก่อนเดินอ้อมไปด้านหลังเคาน์เตอร์เก็บเงิน แล้วกระชากลิ้นชักหยิบเงินสดไปจำนวนกว่า 50,000 บาท วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ด้านหน้าบริษัทหลบหนี โดยกล้องวงจรปิดข้างในบริษัทไม่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ เนื่องจากกล้องวงจรปิดชำรุด เมื่อพนักงานตั้งสติได้จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่ประตูด้านหน้า และบริเวณเคาน์เตอร์เก็บเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป