วันที่ 6 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานอนุกรรมการศึกษาการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้พื้นที่เป็นป่าสมบูรณ์ กรณีก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีอนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้แทนประชาชนจากเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมหารือการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า สิ่งที่คณะอนุกรรมการต้องการเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้านคือ แบบแปลนการก่อสร้างโครงการทั้งหมด ที่ทางเจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่าอยู่ระหว่างการถ่ายเอกสาร เนื่องจากมีขนาดใหญ่มากและต้องใช้เวลาดำเนินการแต่ไม่น่าจะมีปัญหา รวมทั้งการขอเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพความเป็นจริง ทั้งดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อมที่จะต้องนำมาประกอบเป็นข้อมูล และการทำหนังสือเชิญศาลมาให้ข้อมูลในการประชุม และเบื้องต้นได้มอบหมายให้ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ส่งหนังสือแจ้งขอเข้าพื้นที่จริงของคณะอนุกรรมการไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิถุนายนนี้
นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ที่กังวลใจคือ การส่งมอบคืนพื้นที่ให้กับศาลอุทธรณ์ของผู้รับเหมาตามสัญญาวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ว่าจะมีการเลื่อนไปหรือไม่ หากเลื่อนมีเหตุผลและต้องใช้เวลานานกี่วันที่จะพร้อมส่งมอบพื้นที่ในวันที่เท่าไร รวมทั้งการที่มีเจ้าหน้าที่ศาลบางส่วนยังคงพักอาศัยอยู่ในอาคารชุดประมาณ 30 ครอบครัวที่ยังไม่มีการย้ายออก ทั้งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศแล้วว่าไม่ให้มีคนเข้าไปพักอาศัย ถือเป็นการขัดคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งศาลจะต้องชี้แจง สิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือ เราต้องการขอดูสัญญาและบันทึกแนบท้ายสัญญา เพราะจะเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีความผิดพลาดในการเลือกพื้นที่ เนื่องจากถมที่ทับลำน้ำและใช้ร่องน้ำธรรมชาติเป็นที่ระบายน้ำเสียของโครงการ ไม่รวมการล้อมตัดต้นไม้หวงห้ามโดยไม่ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รศ.ชูโชค อายุพงศ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กล่าวว่า ไม่อยากให้คณะอนุกรรมการลงลึกไปในรายละเอียดมากนัก เพราะวันนี้เป้าหมายใหญ่คือการรื้อ เพราะกระทบต่อสังคม จากการเลือกทำเลที่ไม่เหมาะสม หรือ Site Selection ซึ่งล้มเหลวมาตั้งแต่ต้น เพราะพื้นที่ล้อมรอบด้วยผืนป่า ยังไม่รวมผลกระทบต่อดิน น้ำหลาก และปัญหาไฟป่า เพราะฉนั้นเราใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เห็นนี้อ้างอิงไปในคำเสนอแนะต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ได้เลย รวมทั้งเราจะใช้ข้อกฎหมายตัวไหนมานำสิ่งปลูกสร้างออกไม่ว่าจะรื้อหรือมีวิธีการใดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์
“แค่ปัญหาไฟป่า ก็ไม่กล้าอยู่แล้ว แต่ยังล้ำเข้าไปในป่าว่าพื้นที่นี้ไม่เหมาะสม ถือเป็นธงที่ชัดเจนที่สุด การสร้างบ้านพัก 40 หลัง บนที่ดิน 40 ไร่ ผิดตั้งแต่คิด เพราะบ้าน 1 หลัง ใช้พื้นที่ 1 ไร่ ก็ไม่เหมาะสมแล้ว นี่ถือเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนที่สุด ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินการรื้อบ้านคนบุกรุกป่าก็เพราะบุกรุกที่ป่า ไม่ได้ใช้เหตุผลในทางวิศวกรรม เราก็ใช้พื้นฐานเดียวกัน” รศ.ชูโชคกล่าว

