เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ก็ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ทั้งหมดเกือบ 20 นาย เพื่อรับทราบความคืบหน้าในการลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย และยังวางแผนงานในการระดมกำลัง ตามแนวทางการสืบสวนร่วมกับตำรวจสืบสวนภาค 7 และตำรวจสืบสวน ภ.จว.สมุทรสาคร ซึ่งก็ใช้เวลาในการประชุมประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนกระจายกำลังลงพื้นที่หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
พ.ต.อ.ศักดิ์ศรีเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายในทุกที่ ที่คาดว่าจะหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่โดยเฉพาะบ้านญาติและเพื่อนสนิทในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และเชื่อมั่นว่าคนร้ายน่าจะยังอยู่ในพื้นที่ ยังไม่ได้หลบหนีออกไปไหน เนื่องจากตอนที่คนร้ายก่อเหตุแล้วหลบหนีไปนั้น มีเงินสดติดตัวประมาณ 80 บาทเท่านั้น อีกทั้งยังลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในรถแท็กซี่อีกด้วย ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุกับเด็กนั้น ก็มีทั้งการใช้ความรุนแรง กักขังหน่วงเหนี่ยว ทารุณ และข่มขืนกระทำชำเรา ตามที่ได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องของการตั้งรางวัลนำจับ คงต้องขอดูรายละเอียดการสืบสวนจากทางตำรวจสืบสวนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณาว่าจะมีการตั้งรางวัลนำจับด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบริเวณจุดที่แท็กซี่พลเมืองดีรับเด็กออทิสติกจากรถจักรยานยนต์ขึ้นรถเพื่อนำมาส่งที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบนนั้น ก็ได้พบกับนายลิต เนียมมณี อายุ 74 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเล่าว่า คืนวันนั้นตนเองนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ขับฝ่าไฟแดงแล้วมาจอดข้างทางก่อนถึงหน้าบ้านตนไม่ไกลนัก โดยมีเด็กผู้หญิงนั่งหน้ามาด้วย ซึ่งตนก็นึกว่าเด็กผู้หญิงคงนอนหลับ แล้วก็เห็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์โบกมือเรียกรถแท็กซี่ให้เข้าจอดข้างทางด้วย จากนั้นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ก็อุ้มเด็กผู้หญิงขึ้นไปบนรถแท็กซี่ แล้วต่างคนก็ต่างขับไป พอสักพักหนึ่งประมาณ 1 นาที กว่าๆ รถมอเตอร์ไซค์ได้ขี่ย้อนศรกลับมาถามตนว่า เห็นโทรศัพท์มือถือของเขาหล่นแถวนี้มั้ย ตนจึงบอกว่าไม่เห็น ซึ่งถ้าหล่นก็น่าจะหล่นบนรถแท็กซี่ หลังจากนั้นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ก็ขี่รถหายไป ซึ่งตนเองไม่ได้ทันสังเกตทะเบียนรถ สีรถ ยี่ห้อรถ ส่วนคนขับนั้นตนไม่เห็นใบหน้า เพราะสวมหมวกกันน็อก
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของนายชัยยุท หรือเอ็ม คงเจริญ อายุ 40 ปี เบื้องต้นก็พบว่า แม้จะไม่เคยมีประวัติทางแฟ้มคดีอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็เป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการเสพสารเสพติดมายาวนาน (เสพยาบ้า) และตอนก่อเหตุพาเด็กออทิสติกมาข่มขืนกระทำชำเรานั้น ก็ได้พยายามบังคับให้เด็กหญิงเสพยาเสพติดด้วย แต่เด็กไม่เสพ และไม่ยอมให้นายเอ็มข่มขืน จึงถูกทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยที่หน้าท้องหลายครั้ง ขณะที่อาการของเด็กนั้นอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงอยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และอยู่ในความคุ้มครองของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งยังไม่สามารถเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มากนัก แต่จากประวัติพบว่า หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ เคยถูกกระทำชำเรามาแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นฝีมือของไอ้เอ็ม พ่อเลี้ยงคนนี้หรือไม่
ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกำลัง จับกุม ไอ้เอ็ม หรือ นายชัยยุท คงเจริญ ได้ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยพบว่า ผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับขี่ข้ามจังหวัดไป เบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้สารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยอยู่ระหว่างการสืบสวนเบื้องต้น และจะนำตัวกลับมาดำเนินคดี และแถลงข่าวต่อไป

