สะเทือนใจ! ด.ญ.5 ขวบซ้อนจยย.แม่ เสื้อหลุดพันโซ่เสียหลักล้ม แขนขาด โซเชียลแห่ให้กำลังใจ

8.06.18 | 08:54 น.
ขอบคุณภาพ จาก เฟซบุ๊ค ฉลองกรุง สุวรรณบุตร

ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ พบชาวโซเชียลจำนวนมากต่างแชร์ภาพเหตุการณ์หนึ่งที่สะเทือนใจต่อผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง กว่า 1 หมื่น 5 พันครั้ง หลังจากเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ฉลองกรุง สุวรรณบุตร” ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็น กรรมการหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ และหัวหน้าหน่วยกู้ชีพสลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่ได้โพสต์และเขียนข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ”ขอแสดงความเสียใจกับน้องที่สูญเสียเเขนไปเพราะอุบัติเหตุในครั้งนี้ ยังไงก็ขอคนล่ะแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องและผู้ปกครองด้วยครับ” และอีกโพสต์หนึ่ง พร้อมโพสต์ภาพและข้อความอีกว่า ”เตือนภัยเสื้อผ้าเข้าล้อรถมอไซค์แขนขาด เด็กหญิง 5 ขวบ ซ้อนท้ายรถมอไซค์กับแม่ เสื้อคลุมเข้าโซ่รถมอไซค์ เสียหลักล้มทำให้น้องแขนซ้ายขาด น้องยังรู้สึกตัวดี อยู่ในอาการตกใจและเสียเลือดมาก อาสากู้ภัยสุรินทร์ช่วยเหลือปฐมพยาบาลห้ามเลือดและนำแขนที่ขาดใส่ถุงพลาสติกที่สะอาด และใส่ในถุงน้ำแข็ง นำส่งโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ ที่เกิดเหตุ ถนนปัทมานนท์ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เลยทางข้ามทางรถไฟมาเล็กน้อย”

ซึ่งเป็นภาพนิ่งที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย กำลังช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ ขณะกำลังเกิดอุบัติเหตุ โดยจากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับ จนท.กู้ชีพกู้ภัยทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถ จยย.ล้มอยู่ข้างทางกับผู้ปกครอง ยังไม่ทราบชื่อเช่นกัน มีเด็กได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแขนเสื้อเข้าไปพันล้อหลังรถ จยย. ซึ่งเป็นรถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สี เทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นเสื้อคลุมแขนยาวสีชมพู พันม้วนติดอยู่กับล้อหลังบริเวณโซ่ของรถจักรยานยนต์ จนทำให้บริเวณต้นแขนซ้ายขาด โดยที่เด็กยังคงรู้สึกตัวดี ไม่ได้ร้องไห้ เพราะอยู่ในอาการตกใจ และพบว่าเสียเลือดมาก จนท.หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ หลังปฐมพยาบาล จึงเร่งนำตัวส่ง รพ.เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้นทราบว่า อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเสียเลือดมาก ส่วนแขนไม่สามารถต่อกลับคืนมาได้แล้ว ขณะที่ชาวโซเชียลต่างโพสต์ข้อความให้กำลังใจ และขอให้เด็กปลอดภัยจำนวนมาก พร้อมต่างวิพากษ์วิจารณ์ ว่าทำไมผู้ปกครองถึงไม่ระมัดระวังดูแลความปลอดภัยให้ลูกที่นั่งซ้อนท้ายให้มากกว่านี้ ซึ่งภาพเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นภาพที่น่าสลดใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง