เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 10 มิถุนายน 2561 ที่ด่านเอกซเรย์ยาเสพติด อ.แม่พริก จ.ลำปาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายสมเกียรติ ตันตระกูล ปลัดจังหวัดลำปาง , นายสถาพร สุโข นายอำเภอแม่พริก และ พ.ต.อ.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง เดินทางมาแถลงผลสกัด และจับกุมยาบ้า 13 ล้านเม็ด มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท
โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นผลงานตรวจสอบ และสกัดจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจค้นยาเสพติดของ สภ.แม่พริก ที่ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธินสายลำปาง – ตาก ขาออก จ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ประจำด่านเอกซเรย์ตรวจสอบยาเสพติด อ.แม่พริก จ.ลำปาง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกุมได้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนในตู้เอกสารซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ที่ขนใส่รถบรรทุก 6 ล้อขับมาจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อนำไปส่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่มาถูกตรวจสอบที่ด่านตรวจดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่เปิดดูท้ายบรรทุกที่มีผ้าใบคลุมพบเฟอร์นิเจอร์ใหม่เต็มท้ายรถ และมีกลิ่นยาบ้าโชยออกมา จึงนำรถบรรทุกเข้าตรวจด่านเอกซเรย์ กระทั่งพบยาเสพติดทั้งหมด จึงจับกุมคนขับรถคันดังกล่าว คือ นายสุรศักดิ์ พันธุปาล อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 6 ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด จ.เชียงราย กระทั่งพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เดินทางมารับทราบรายงานเส้นทางการขนยาเสพติดในภาคเหนือ รวมถึงดูการทำงานของด่านตรวจเอกซเรย์ และตรวจของกลางยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยสกัดจับในพื้นที่ จ.ลำปาง
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ได้รับรายงานผลการดำเนินงานปราบปรามยาเสพติดครั้งนี้ว่า คนขับรถบรรทุกได้รับการว่าจ้างจากบริษัทขนส่งเอกชน ให้ขับรถไปรับสิ่งของเป็นเฟอร์นิเจอร์ใหม่บริเวณห้องแถวใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยมีคนงานชายหลายคนใช้เวลาขนของขึ้นรถประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนผู้ต้องหาจะขับรถมาตามเส้นทางปกติ เพื่อส่งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดไปส่งตามที่ได้รับว่าจ้าง กระทั่งมาทราบว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในเฟอร์นิเจอร์หลังรถเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลไปตามเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดล็อตดังกล่าว ที่ จ.เชียงราย โดยตรวจชื่อผู้ว่าจ้างขนสิ่งของดังกล่าว พบมีการนำชื่อ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้อื่นมาใช้อำพรางส่งของครั้งนี้ ก่อนจะขยายผลไปตรวจอาคารพาณิชย์หลังหนึ่ง พบเป็นสถานที่ใช้แพ็คยาเสพติดทั้งหมด ก่อนขนนำมาขึ้นรถบรรทุกคันดังกล่าว สำหรับการสืบสวนกลุ่มขบวนค้ายาเสพติดครั้งนี้ ยังทราบว่า มีผู้ใช้ชื่อบุคคลอื่น 2 คน มีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ และพนักงานธนาคาร ปลอมมาว่าจ้างให้ส่งของแล้ว 21 ครั้ง สิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าตกใจ คือ ภายในตู้เอกสารที่ใช้ซุกยาเสพติดครั้งนี้ มีอุปกรณ์ GPS เชื่อมต่อสัญญานอินเตอร์เน็ตซ่อนอยู่ภายในด้วย เพื่อให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดติดตามความเคลื่อนไหวของรถบรรทุกว่าอยู่จุดใด สำหรับยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ จากการตรวจสอบพบว่ามาจากแหล่งผลิต และส่งจำหน่ายมากจากกลุ่มมูเซอ และกลุ่มว้า

