อุทธรณ์ยกคดี ‘ธาริต’ ฟ้อง10ป.ป.ช.เรียก 100 ล้าน ชี้ข่าวอายัดทรัพย์ชั่วคราว ไม่ใช่ความเท็จ

8.04.16 | 17:06 น.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ (ภาพจากแฟ้ม)

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และนางวรรษมน เพ็งดิษฐ์ ภรรยา เป็นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานคณะกรรมการป.ป.ช. นายปรีชา เลิศกมลมาศ นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย วิวิตเสวี พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง นายประสาท พงษ์ศิวาภัย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ นายณรงค์ รัฐอมฤต และนายภักดี โพธิศิริ อดีตคณะกรรมการป.ป.ช เป็นจำเลยที่ 1-10 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท


โจทก์ฟ้องว่า มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาโจทก์ทั้ง 2 คน ว่าร่ำรวยผิดปกติเป็นเหตุให้คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงโจทก์ที่ 1 และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอีกหลายคน โดยไม่วินิจฉัยเบื้องต้นก่อนว่าพฤติการณ์ที่กล่าวหานั้นเข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับพิจารณาไว้หรือไม่ จำเลยที่ 2 รวบรัดเร่งรีบไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. โดยจำเลยที่ 2-10 ร่วมกันมีมติให้อายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว ทรัพย์สินที่ถูกอายัดเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนโจทก์ที่ 1 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อมานายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะโฆษกของจำเลยที่ 1 นำคำสั่ง อายัดทรัพย์สินออกไขข่าวว่า โจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติและน่าเชื่อว่าจะมีการโอน ยักย้ายทรัพย์สิน จึงมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว ทำให้โจทก์ทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้ชดใช้ค่าเสียหาย 100 ล้านบาท และขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงที่ 631/ 2557 ไม่มีข้อความใดระบุว่ามีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้กล่าวหาโจทก์ทั้งสอง จึงไม่ใช่กรณีมีผู้กล่าวหาว่าโจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติ ที่ต้องพิจารณาข้อร้องเรียนเสียก่อนว่าจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ แต่เป็นกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุสงสัยว่าโจทก์ที่ 1 ร่ำรวยผิดปกติตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา 77 เห็นว่า จำเลยที่ 2 – 10 ดำเนินการไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ โดยโจทก์ทั้งสองยังสามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดชั่วคราวไม่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 -10 ในฐานะเจ้าพนักงานกระทำการในหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสอง ที่นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ในฐานะโฆษกของจำเลยที่ 1 ไขข่าวแพร่หลายถึงคำสั่งอายัดทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองไว้ชั่วคราว ไม่ใช่ข้อความเท็จ จึงไม่ใช่การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยทั้งสิบ จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ทั้งสองได้โดยไม่ต้องสืบพยาน พิพากษายืน