วันที่ 13 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควาณิชย์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า มีการติดต่อมายังตนให้ช่วยเหลือรับตัวกลุ่มผู้เห็นต่างและหลงผิด เป็นระดับมือประกอบระเบิดและวางระเบิดมาแล้วกว่า 60 ครั้ง อยากใช้เดือนรอมฎอน หรือเดือนถือศีลอด ถือเป็นเดือนอันประเสริฐ และรู้สึกไว้ใจแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ที่ผ่านๆ มาหลายโครงการเห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเชื่อถือว่าสิ่งที่แม่ทัพทำล้วนเป็นการให้ความสำคัญด้านมนุษยธรรม ที่สำคัญคือการใช้ใจแสดงความจริงใจ แทนการใช้อาวุธมาเข่นฆ่าบังคับกัน
“ปัจจุบันนี้ประชาชนหรือน้องๆ ที่หลงผิดต่างก็เข้าใจว่าโครงการพาคนกลับบ้านนี้จัดทำขึ้นมารองรับน้องๆ โดยเฉพาะ เพื่อจะได้ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ เพราะที่ผ่านมามีน้องๆ 300 กว่าคนก็ผ่านการสู่กระบวนการจนได้กลับไปอยู่กับครอบครัวตามปกติ อีกทั้งยังช่วยเป็นหูเป็นตาให้ฝ่ายรัฐด้วย ส่วนล่าสุดมีน้องๆ ผู้หลงผิดและแกนนำได้ขอให้ช่วยเหลือ โดยจะแสดงความจริงใจด้วยการนำระเบิดแสวงเครื่องและอาวุธปืนที่เคยนำไปก่อเหตุ ติดต่อจะนำมามอบให้ในจุดที่จะมีการนัดหลังจากนี้ก่อนจะเกิดอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินได้ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าส่วนลึกภายในใจเขาคงรู้สึกถึงความเป็นคนไทย และเขาเองก็ไม่อยากก่อเหตุรุนแรงแล้วเพราะรู้สึกเบื่อหน่าย กับชีวิตที่ถูกหลอกมาตลอด แค่พูดออกมาแบบนี้ผมเองก็รู้สึกดีใจ” พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การติดต่อขอมอบตัวกับแม่ทัพภาคที่ 4 โดยตรงนี้ เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายขบวนการยอมเสียสละตัวเอง ฝ่าฝืนคำสั่งของแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ โดยใช้ให้นำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 50 กก.ไปวางหวังทำร้ายผู้คน หรือเจ้าหน้าที่ยังไม่เป็นที่ทราบและเปิดเผย โดยมีเพียงรายงานทางลับเกี่ยวกับสถานที่นัดพบให้ช่วยรับตัวมือวางระเบิดหลบหนีออกจากพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มดังกล่าว และจะไม่ขอเข้าร่วมขบวนการอีก เนื่องจากไม่อยากต้องทำร้ายใครให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต คืบหน้าจะรายงานต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงเสร็จสิ้นการถือศีลอด ได้มีคำสั่งให้ทุกจุดตรวจและชุดประจำตามชุมชนเมืองและย่านเศรษฐกิจมีการเพิ่มความระมัดระวังการก่อเหตุร้ายในแบบต่างๆ เพื่อหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบด้วยและดึงกำลังภาคประชาชนวิทยุเครื่องแดงมาช่วยแจ้งเหตุด้วย

