ชาวบ้านโห่ไร้เงา 6 นายทหารขอขมาศพ’ทรงธรรม’ส่งพ่อแม่-ญาติมาแทน พ่อเหยื่อขอให้เป็นศพสุดท้าย

8.04.16 | 18:40 น.

วันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของพลทหารทรงธรรม หมุดหมัด ที่เสียชีวิตจากการถูกซ้อมวินัย ขณะประจำการที่ จ.ยะลา ตามกำหนดการเบื้องต้นในเวลาช่วงบ่ายนายทหารทั้ง 6 นาย จะเดินทางมาขอขมาศพพลทหารทรงธรรม ก่อนที่จะทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 9 เมษายน 2559 นั้น รายงานระบุว่า เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ญาติของนายทหารทั้ง 6 พร้อมผู้บังคับบัญชา เดินทางเพื่อเจรจากับครอบครัวพลทหารทรงธรรม โดยเจรจากันที่โรงพยาบาลสิชล เนื่องจากการเจรจาเกรงจะไม่สำเร็จ โดยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า เป็นเรื่องการขอโทษในระดับผู้ใหญ่พร้อมคุยเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเป็นการพูดคุยอย่างเปิดเผยโดยไม่มีคนกลาง ก่อนเดินทางต่อที่วัดคงคาวดี

ส่วนบรรยากาศภายในวัด ได้มีชาวบ้านร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน ต่างรอดูหน้านายทหารที่เดินทางมาขอขมา ท่ามกลาง จนท.ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 40 นาย เฝ้าสังเกตการณ์ โดยญาติของพลทหารทรงธรรม กล่าวว่า ตนและญาติตั้งใจรอดูการขอขมา หากนายทหารทั้ง 6 ไม่มา จะไม่เป็นที่พอใจอย่างมากและต้องการให้ลงโทษถึงที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าอภัยได้

 

ต่อมาเวลา 16.30 น. พ่อแม่ของพลทหารทรงธรรมและญาติตัวแทนนายทหารได้เดินทางมาถึงเพื่อเคารพศพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจเนื่องจากต้องการให้นายทหารทั้งหมดเข้ามาขอขมา โดยญาติรายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศกว่า ตนเองเป็นตัวแทนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขออโหสิกรรมกับพ่อแม่และญาติของพลทหารทรงธรรมด้วย จากนั้นตัวแทนคนดังกล่าวจึงนั่งลงกับพื้นพร้อมก้มลงกราบขอขมากับพ่อแม่ ท่ามกลางเสียงตะโกนและโห่ไล่ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในทันที

201604081741318-20041020143405

Advertisement

 

จากนั้น บิดาของพลทหารทรงธรรมได้กล่าวกับทุกคนในงานว่า ขอให้ยุติทุกอย่างอย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ขอให้เป็นศพสุดท้าย พ่อแม่ฝ่ายนายทหารก็มาขอขมาแล้ว เรื่องผ่านไปแล้วไม่สามารถกลับคืนมาได้ ขอให้ยุติกันเท่านี้จริงๆ ขออโหสิกรรมต่อกัน และขออย่าให้มีการทำร้ายใครอีกเด็ดขาด ภายหลังกล่าวเสร็จ เสียงโห่ตะโกนร้องเงียบลงทันที

ขณะที่ พ.ท.สมคิด คงแข็ง ผบ.ร.125 พัน 1 กล่าวว่า ตนและผู้บังคับบัญชาทุกคนต่างเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ความรับผิดชอบของตนหนีไม่พ้นความผิด เช่นเดียวกับกำลังพล ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้ลงโทษให้ตนย้ายออกนอกพื้นที่ 3 จชต. จากที่ตนเคยปฏิบัติหน้าที่มา 11 ปีก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นตนถือว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัว มีตนเป็นหัวหน้าครอบครัว ทางผู้บังคับบัญชาให้คำมั่นว่าเรื่องนี้ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขณะนี้ทั้งหมดถูกคุมขังที่เรือนจำ มทบ.46 จังหวัดปัตตานี

พ.ท.สมคิดกล่าวอีกว่า ตนทำหน้าที่เป็นคนกลางของทั้งสองฝ่ายให้มาพูดคุยเพื่อเยียวยา ซึ่งสามารถตกลงกันได้

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า การขอขมาสิ้นสุดในเวลา 17.30 น. โดยบรรดาญาติและประชาชนเดินทางกลับอย่างไม่พอใจ อีกทั้งได้มีชาวบ้านร้องถามว่าทหารจะให้ความมั่นใจกับการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ต่อไปอีกหรือไม่ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงคัดเลือกทหาร และกังวลลูกหลานในเรื่องความปลอดภัย จึงอยากได้คำยืนยัน ก่อนที่ญาตินำตัวออกจากศาลา

 

7-4