เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี มิสเจยแอนน์ เซพิช ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดีเอ็นเอ เซพ (NGO เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโครงการฐานข้อมูลดีเอ็นเอ เพื่อลดและป้องกันอาชญากรรมรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก) พร้อมด้วย มิสเตอร์ทิม เชลล์เบิร์ก นักกฎหมายและประธานองค์กรที่ปรึกษา กอร์ดอน โทมัส ฮันนี่เวลล์ เพื่อสนับสนุนการเก็บฐานข้อมูลดีเอ็นเอ(governmental affair firm) ได้เดินทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเข้าเยี่ยมชมมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณะประโยชน์)และได้สนทนาถึงแนวทางลดและป้องกันปัญหาผู้หญิงและเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ การฆาตกรรม และอาชญากรรม ซึ่งมีอยู่หลายประเทศในแถบยุโรป ได้นำระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ ใช้ในการพิสูจน์ และระบุความผิดอาชญากร ปัจจุบันมีอยู่ 53 ประเทศทั่วโลกได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย ที่ประเทศจีนมีถึง 30 ล้านตัวอย่างและเวียดนามอยู่ระหว่างพัฒนาระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ
มิสเจย์ แอนน์ ประธาน DNA saves เปิดเผยว่า แม่ของเหยื่อซึ่งเป็นบุตรสาวของตนเอง เป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทมหาวิทยาลัยชื่อดังของสหรัฐอเมริกา แล้วได้หายไปกับเพื่อนชาย ภายหลังพบศพอีกครั้งเป็นที่น่าเวทนามาก เธอถูกข่มขืน รัดคอ และเผาทิ้งกองขยะ โดยฆาตกรได้ลอยนวลเป็นเวลานานกว่า 3 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถจับกุมได้ หากมีระบบฐานข้อมูล ดีเอ็นเอ ตั้งแต่แรก คดีของบุตรสาวเธอน่าจะนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้เร็วกว่านี้ และในโอกาสที่เดินทางมาครั้งนี้ จะให้ความร่วมมือสนับสนุน ให้ประเทศไทยมีกฎหมายจัดทำฐานข้อมูล ดีเอ็นเอ นักโทษ และผู้ต้องหา เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลไว้พิสูจน์ และระบุความผิดของอาชญากรในประเทศไทย
นางปวีณากล่าวว่า ในแต่ละปีมีคนมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจำนวนมาก โดยเฉพาะปี พ.ศ.2558 มีสูงถึง 10,541 ราย เป็นกรณีข่มขืน กระทำชำเรา ล่อลวงค้าประเวณี และค้ามนุษย์มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันการตรวจดีเอ็นเอมีความสำคัญยิ่ง เพราะนอกจากพยานบุคคล ซึ่งบางครั้งไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ดีเอ็นเอจึงมีประโยชน์ในการเป็นพยาน ทางนิติวิทยาศาสตร์ควบคู่กันไป ตัวอย่างที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้เข้าช่วยเหลือเด็ก 4 เดือน ที่ไม่สามารถพูดได้ถูกข่มขืน ทางมูลนิธิปวีณาฯได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเบาะไปตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบคราบดีเอ็นเอติดอยู่ เป็นต้น ซึ่งอาชญากรในสังคมนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น คนที่เคยเป็นนักโทษมาแล้ว กลับมากระทำความผิดซ้ำกันจำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ควรปรับปรุงกฎหมาย ให้รองรับฐานข้อมูลดีเอ็นเอนักโทษ ผู้ต้องหาไว้เป็นหลักฐาน ปัญหาอาชญากรรมก็น่าจะลดลงได้ ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ได้ทำงานทั้งด้านนิติวิทยาศาสตร์ควบคู่กับพยานบุคคลมาโดยตลอด ทำให้สามารถนำผู้กระทำผิดสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว

