‘พระพรหมมุนี’ แจงสั่งเก็บข้าวของ ‘อดีตพระพรหมเมธี’ เป็นมติ กก.วัด เผยประกาศตั้ง กก.วัดสัมพันธวงศ์

19.06.18 | 20:05 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พระพรหมมุนี (สุชิน อัคคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะประธานกรรมการวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เปิดเผยว่า กรณีการลงนามในคำสั่งจัดระเบียบวัดสัมพันธวงศาราม สั่งเก็บข้าวของเครื่องใช้ กุฏิ และสำนักงานของอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หนีไปประเทศเยอรมนี รวมทั้ง ให้พระสงฆ์คนสนิทของอดีตพระพรหมเมธี 3 รูป พ้นจากวัดนั้น ที่อาตมาไปเป็นประธานกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม เนื่องจากมีผู้ใหญ่ร้องขอมาให้เข้าไปช่วยกำกับดูแล ส่วนที่คณะสงฆ์คณะธรรมยุตแต่งตั้งพระเทพสังวรญาณ (จิรพล อธิจิตโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เนื่องจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ท่านอาพาธ ส่วนที่ตั้งพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศฯ มาเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามนั้น ด้วยพระสงฆ์จากวัดสัมพันธวงศารามเป็นสายที่มาจากวัดบวรนิเวศฯ

“ส่วนการประชุมกรรมการวัด อาตมาไปนั่งเป็นประธาน เพียงรับฟังเท่านั้น ทั้งยังบอกด้วยว่าจะทำอะไรให้ประนีประนอมกัน ให้เกิดความสงบในวัด ตอนนี้วัดช้ำพอแล้ว ให้ฟื้นฟูวัดให้ดี และช่วงนี้ให้ประชุมทุกเดือน ได้แบ่งหน้าที่กันจัดระเบียบภายในวัดให้เรียบร้อย ให้ช่วยกันรักษาวัด แบ่งหน้าที่กันว่าใครดูแลอะไร จะบูรณะอะไรให้วางแผนกันให้ดี สิ่งของ และทรัพย์สินที่เป็นของอดีตพระพรหมเมธี ให้ลงทะเบียนไว้ให้ชัดเจน เก็บให้เรียบร้อย เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วค่อยว่ากันอีกที” พระพรหมมุนีกล่าว

พระพรหมมุนีกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องพระ 3 รูป เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการวัด เนื่องจากทางวัดเห็นว่าพระทั้ง 3 รูป เป็นพระอาคันตุกะที่เข้ามาอยู่ที่วัดสัมพันธวงศาราม แต่กลับมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีเงินทอนวัด ดังนั้น มติของวัดจึงให้ดูพฤติกรรมเป็นเวลา 3 เดือนก่อน เพื่อให้ปรับปรุงตัวใหม่ ให้ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยให้เรียบร้อย แล้วค่อยพูดคุยกันอีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กวัดสัมพันธวงศาราม ได้เผยแพร่ภาพการประชุมคณะกรรมวัดสัมพันธวงศาราม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เวลา 12.36 น. โดยมีพระพรหมมุนี เป็นประธานการประชุม พร้อมทั้งลงข้อความการให้โอวาทของพระพรหมมุนี ในการประชุมดังกล่าวว่า “การทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เปรียบเสมือนพี่ปกครองน้อง ผู้ใหญ่ก็ต้องมีจิตเมตตา ผู้น้อยก็ต้องคารวะถ่อมตน ความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญ ทำงานเพื่อส่วนรวม อย่าแลถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ วัดถึงจะพัฒนาไปในทิศทางที่ดี”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศภายในวัดสัมพันธวงศารามเป็นไปด้วยความเงียบสงบ แทบไม่มีญาติโยม หรือเจ้าหน้าที่เข้ามาภายในวัด มีเพียงรถจอดอยู่บนลานหน้าวัดเท่านั้น บริเวณกุฏิมณีคุณที่พักของอดีตพระพรหมเมธีถูกปิดเงียบ และประตูทุกด้านถูกปิดหมด ส่วนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สถานที่ทำงานของอดีตพระพรหมเมธี มีเพียงพระสงฆ์บางส่วนเข้ามาเก็บข้าวของในอาคาร จากการสอบถามพระลูกวัด ทราบว่าเป็นเพียงการเก็บของที่ไม่ได้ใช้ออกไปเท่านั้น เพื่อใช้อาคารดังกล่าวเป็นสำนักงาน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน บริเวณป้ายประกาศภายในวัด มีคำสั่งวัดสัมพันธวงศาราม ที่ 2/2561 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม ใจความดังนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และ 38 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม มีรายนาม ดังนี้ 1.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นที่ปรึกษา 2.พระวัชรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นที่ปรึกษา 3.พระพินิตพินัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นที่ปรึกษา 4.พระพรหมมุนี วัดราชบพิธฯ เป็นประธานกรรมการ 5.พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศฯ เป็นรองประธานกรรมการ

6.พระราชสารเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นรองประธานกรรมการ 7.พระราชมงคลเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ 8.พระศรีรัชมงคลบัณฑิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ 9.พระครูโอภาสสมาจาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ 10.พระครูสิริปัญญาเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ

11.พระครูวิบูลศีลขันธ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ 12.พระครูนิวิฐธรรมสิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เป็นกรรมการ 13.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา สบ 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ 14.พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นกรรมการ 15.นายจุมพล สำเภาพล อดีตรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ

16.นายพรชัย จำรูญพานิชย์กุล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นกรรมการ 17.นายวัลลภ เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เป็นกรรมการ 18.นายวราห์ สุจริตกุล ประธานกรรมการ บริษัท พินันซ่า จำกัด เป็นกรรมการ 19.เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต) เป็นกรรมการ 20.พระครูปลัดสมพงษ์ สุภวังโส วัดสัมพันธวงศาราม เป็นเลขานุการวัด 21.พระมหาทักษิณ ภัททธัมโม วัดสัมพันธวงศาราม เป็นผู้ช่วยเลขานุการวัด และ 22.นายชวลิต ศิริภิรมย์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการวัด และไวยาวัจกร

“บุคคลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ บำรุงรักษา จัดกิจการ และศาสนสมบัติของวัด ปกครองสอดส่องบรรพชิต และคฤหัสถ์ผู้อยู่ภายในวัดให้ประพฤติปฎิบัติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎ มส. ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ หรือมติ มส.” ประกาศดังกล่าวระบุ

ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ มส.ในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า กรณีมีสื่อมวลชนบางฉบับได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลของวัดสัมพันธวงศารามนั้น มีการบิดเบือนคลาดเคลื่อน และนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้น ในการประชุม มส.วันที่ 20 มิถุนายน ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม หลังการประชุม พศ.จะนำแถลงการณ์ของพระพรหมมุนี ผู้ช่วยวัดราชบพิธฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง