เดินเครื่องยกระดับการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มกำลังคนในสายอาชีพ รองรับความต้องการในอนาคต ซึ่งล่าสุด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่างสาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้ เป็นต้นแบบประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา ถึงขั้นสั่งการให้ “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำทีมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) บินลัดฟ้า ท่องแดนโสม ถอดบทเรียนความสำเร็จ กลับมาใช้พัฒนาอาชีวศึกษาไทย …
งานนี้ “บิ๊กอาชีวะ” อย่าง นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) รับลูกต่อทันที จัดทีมลงพื้นที่เก็บข้อมูลถึงประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้นอกจากจะได้เข้าไปดูการจัดการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาในสถานศึกษาของเกาหลีใต้แล้ว ในระดับนโยบาย พล.อ.ดาว์พงษ์ยังได้เข้าหารือกับ นายลี จุน ซิค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ของเกาหลีใต้ เกี่ยวกับความร่วมมือ โดยเบื้องต้นจะเปิดสอนหลักสูตรเดียวกัน ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งจะเริ่มจากหลักสูตรที่เกาหลีมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เช่น แมคคาทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น โดยผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาจากทั้งสองประเทศ หรือที่เรียกว่า ทวิวุฒิการศึกษา พร้อมกันนั้นจะมีการแลกเปลี่ยนครู อาจารย์และนักศึกษาระหว่างกัน โดยจะเริ่มรับเด็กเข้าเรียนในหลักสูตรนี้ภายในปีการศึกษา 2559
ในภาพรวม ค่านิยมในการเรียนสายอาชีวศึกษาของเกาหลีและไทยมีสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน คือมีผู้สนใจเข้าเรียนอาชีวศึกษาประมาณ 30% สายสามัญ 70% และในจำนวน 30% ที่เรียนอาชีวะ ส่วนใหญ่จบไปแล้วก็มักจะไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไม่สมัครเข้าทำงานทันที ดังนั้น รัฐบาลเกาหลีจึงได้จัดการเรียนการสอนแบบ “Meister high school” ซึ่งรัฐจะให้การสนับสนุนงบประมาณแก่โรงเรียนรัฐ และเอกชนที่เปิดสอนในรูปแบบดังกล่าวค่อนข้างสูงมาก แต่เมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วจะต้องทำงานในภาคอุตสาหกรรมทันที นอกจากรัฐบาลจะให้การสนับสนุนงบประมาณกับ Meister high school แล้ว ทางเอกชนซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ของประเทศยังเข้ามาสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนเสมือนจริงแบบที่ใช้ในโรงงาน เพื่อให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริง เมื่อเด็กสำเร็จการศึกษาทางบริษัทเอกชนก็จะมาคัดเลือกเด็กเพื่อเข้าไปทำงาน ซึ่งรูปแบบดังกล่าวนี้ทำให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนได้คนเข้าไปทำงานที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้การจัดการศึกษาของเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จคือ การคัดเลือกครู โดยจะกันเด็กที่เรียนระดับหัวกะทิ 5% แรกของประเทศไว้ เพื่อให้ประกอบอาชีพครู ซึ่งคนที่เป็นครูในเกาหลีใต้ จะได้รับการยกย่อง เป็นอาชีพที่มีรายได้สูงมาก และเป็นอาชีพอันดับต้นๆ ที่ทุกคนอยากเป็น ซึ่งการได้คนเก่งและตั้งใจอยากเป็นครูมาทำหน้าที่สอนเด็ก ทำให้การเรียนการสอนมีความเข้มแข็ง ครูจะมีหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสอน ให้คำปรึกษา โดยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง สำหรับการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา นอกจากครูที่สอนในหลักสูตรทั่วไปแล้ว จะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญจากวิชาชีพในสาขาต่างๆ ได้เข้ามาเป็นครู เพื่อจะได้สอนเทคนิคทางวิชาชีพที่เชี่ยวชาญ เตรียมความพร้อมเมื่อเด็กจบออกไปแล้วสามารถทำงานได้ทันที
ยกตัวอย่างเช่น “Inha Technical College” ซึ่งจัดการเรียนการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีความโดดเด่นในด้านธุรกิจการบิน การบริการภาคพื้น การบริการบนสายการบิน ระบบข้อมูลสารสนเทศการบิน ช่างเทคนิคประจำเครื่อง จะมีครูที่มาจากสายวิชาชีพจากสายการบินโดยตรงมาช่วยสอน ไม่ว่าจะเป็น แอร์โฮสเตส ช่างเทคนิค ฯลฯ รวมถึงจัดสภาพแวดล้อมให้เสมือนกับว่านักเรียน กำลังปฏิบัติงานจริง เช่นเดียวกับที่ “Seoul Tourism High school” ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมของเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยว ก็ได้จัดห้องปฏิบัติการให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่สำคัญจะมีเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการการท่องเที่ยว มาเป็นครูสอน ดังนั้น ครูในความหมายของการเรียนอาชีวศึกษาของเกาหลีใต้ จึงไม่ใช่ผู้ที่สอนการเรียนเฉพาะวิชาการเท่านั้น แต่เป็นเหมือน “เทรนเนอร์” ที่ช่วยฝึกอาชีพไปในตัว ….

น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดกว้างให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาได้อย่างเต็มที่ การจัดการเรียนการสอนในสาขาอาชีพต่างๆ โรงเรียนจะร่วมกับสถานประกอบการจัดระบบทวิภาคี หรือโปรแกรม 2+1 เป็นการศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ 2 ปี จบแล้วสามารถประกอบอาชีพได้เลย หรือสามารถเรียนต่อในวิทยาลัยการอาชีพชั้นต้น เน้นผลิตกำลังคนที่มีความรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ นอกจากนั้นหากเห็นว่าโรงเรียนที่เปิดสอนด้านอาชีวะของรัฐแห่งใด ไม่สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเทกโอเวอร์ หรือบริหารงานต่อจากรัฐได้ โดยปัจจุบันเกาหลีใต้ มีโรงเรียนมัธยมและวิทยาลัยเทคนิคที่เปิดสอนด้านอาชีวศึกษาจำนวน 140 แห่ง และกว่า 70% เป็นโรงเรียนและวิทยาลัยที่เอกชนเข้ามาเทกโอเวอร์
ต่อจากรัฐ ตรงนี้ถือเป็นข้อดี เพราะเอกชนก็จะสามารถผลิตคนได้ตรงกับความต้องการของตัวเองจริงๆ ทำให้เด็กที่เรียนสายอาชีวะเกือบทั้งหมดของเกาหลีใต้มีงานรองรับเกือบทุกคน
พล.อ.ดาว์พงษ์ หัวหน้าทีมการศึกษาดูงานครั้งนี้ กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ ว่าอาชีวศึกษาของไทยนั้นที่จริงแล้วก็มีหลายๆ เรื่องที่สามารถทำได้โดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติจริงจากสถานประกอบการ ในรูปแบบการเรียนการสอนหลักสูตรทวิภาคี แต่หากเราจะยกระดับด้านคุณภาพของเด็กเราให้สูงขึ้น นอกจากคุณภาพครูแล้ว อาจจะต้องมาคำนึงถึงสัดส่วนระหว่างครูกับนักเรียนที่ต้องปรับลดลงให้ได้มากกว่านี้ เพราะของเกาหลีใต้เด็ก 1 ห้องมีแค่ 20 คน แต่ของเรา 1 ห้องมีเด็กถึง 40 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น ซึ่งหากเราจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องลงทุนจ้างครูอีกมาก และต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียงพอต่อการฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่การเดินทางมาประเทศเกาหลีใต้ในครั้งนี้ เราสามารถบรรลุข้อตกลงกับทาง ศธ.ของเกาหลีใต้ เชื่อว่าจะเกิดความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาที่ดีร่วมกันต่อไปในอนาคต
การเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของทีมอาชีวศึกษาไทยครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้พอจะเห็นทิศทางพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาและยกระดับมาตรฐาน
ฝีแรงงานของไทยได้มากขึ้น ….


