ร.ร.เอกชนโวย ท้องถิ่นตัดหน้ารับเด็กขวบครึ่งเข้าเรียน วอนรัฐลดเหลื่อมล้ำ (คลิป)

25.06.18 | 15:39 น.
ศุภเสฏฐ์ คณากูล

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน  นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า  ตนได้หารือปัญหาการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชน กับท้องถิ่น กับ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งพบว่า หลายเรื่อง เป็นปัญหาทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษาระหว่างรัฐและเอกชน ข้อมูลใหม่ที่ตนเพิ่งรับทราบคือ โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งประกาศ รับเด็กตั้งแต่ อายุ 1.5-3 ขวบ เข้าเรียน การรับเด็กดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพราะเด็กจะเรียนในโรงเรียนสังกัดท้องถิ่นยาว ไม่มาเรียนโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดสพฐ. ขณะที่นโยบายของท้องถิ่นให้เปิดรับตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป โดยที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้ 1,700 บาทต่อหัวต่อปี  แต่เด็กที่เรียนปฐมวัยหรืออนุบาล 3  ขวบ ในโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสังกัดสพฐ. จะไม่ได้งบฯในส่วนนี้ ถือเป็นความเหลื่อมล้ำ  ทั้งที่เป็นเด็กไทยด้วยกัน

“จากการพูดคุยพบข้อมูลหลายอย่างที่น่าตกใจ ว่าทำไมเด็กไทยเหมือนกัน แต่ดูแลไม่เท่ากัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเงินรายหัวที่ท้องถิ่นได้เท่านั้น ยังมีเรื่อง อาหารเสริมนม ซึ่งเอกชน ได้รับ 7 บาทต่อหัวต่อวัน ขณะที่ท้องถิ่นและสพฐ. ได้ 7.37 บาท ซึ่งก็อยากถามว่า 37 สตางค์ของเด็กเอกชนหายไปไหน อีกทั้งเงินอุดหนุนสำหรับอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 หัวละ 20 บาท ก็มีความเหลื่อมล้ำเช่นกัน โดยเด็กของรัฐทุกสังกัดที่อยู่ในโครงการอาหารกลางวันจะได้รับทุกคนทั้ง 100%  แต่โรงเรียนเอกชนจะได้เพียง 28% ของจำนวนนักเรียนเท่านั้น ทำให้โรงเรียนต้องไปเก็บเพิ่มกับผู้ปกครอง หากรัฐสนับสนุนให้เท่ากันทั้งหมด ผู้ปกครองก็ไม่ต้องจ่าย”  นายศุภเสฏฐ์ กล่าว และว่า สิ่งที่ทางส.ปส.กช. อยากเรียกร้องคือ ให้รัฐจัดสรรทุกอย่างให้กับเด็กทุกสังกัดอย่างเท่าเทียมเพราะเป็นเด็กไทยเหมือนกัน

นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาความเหลื่อล้ำในการรับเด็กเข้าเรียนชั้นม.1 และม.4 ที่เกิดขึ้นในปีนี้นั้น  ส่งผลกระทบค่อนข้างหนักเด็กเรียนโรงเรียนเอกชนน้อยลง โดยหลังจากที่สพฐ. ประกาศให้โรงเรียนรับม.1ใน พื้นที่บริการ ได้ เปิดช่องให้โรงเรียนขยายห้องเพิ่ม โรงเรียนรัฐบางแห่งถึงขั้น โทรไปเรียกเด็กจากโรงเรียนเอกชนกลับมาเรียนที่โรงเรียนตัวเอง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า มีปัญหาเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนเกิดขึ้นหรือไม่ และจนถึงขณะนี้ก็ยังมีบางโรงเรียนโทรเรียกเด็กไปเรียนอยู่ แต่ไม่ค่อยมีเด็กย้ายไปเพราะเปิดเทอมมาระยะหนึ่งแล้ว   อย่างไรก็ตามการรับนักเรียนในปี 2562 อยากเรียกร้องให้มีตัวแทนจากโรงเรียนเอกชน เข้าร่วมให้ข้อมูลการรับนักเรียนด้วย เพื่อให้มีการกำหนดสัดส่วนการรับที่เหมาะสม แม้จะไม่เท่าเทียม แต่ขอให้เป็นจำนวนรับที่สามารถมองหน้ากันได้ ไม่เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา