ศธ.รับลูกก.พ. รื้อระเบียบลา’ศึกษา-ฝึกอบรม’เน้นประโยชน์ราชการ

11.04.16 | 13:40 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมหารือถึงการปรับแก้ระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษาต่อและฝึกอบรมภายในประเทศ พ.ศ.2538 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2547 โดยเปลี่ยนชื่อเป็นร่างระเบียบศธ.ว่าด้วยการลาไปศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรมดูงาน และปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ พ.ศ…. เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้เหมาะสม สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ครอบคลุมไปถึงการลาไปศึกษาดูงาน ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยด้วย

“การปรับแก้ระเบียบดังกล่าว ไม่ใช่เพราะมีปัญหา หรือข้อร้องเรียนอะไรเข้ามา แต่เพื่อให้ระเบียบการลาไปอบรม หรือลาศึกษาต่อ หรือลาทำงานวิจัยของข้าราชการ ให้มีข้อความและข้อกำหนดต่างๆ ที่เข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น มั่นใจได้ว่าการลาดังกล่าวเกิดประโยชน์กับทางราชการจริงๆ” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว และว่า ที่ประชุมยังมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปทบทวนโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (ซุปเปอร์บอร์ด) ให้มีองค์ประกอบกรรมการที่มาจากฝ่ายต่างๆ ให้ครอบคลุมเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ตามนโยบายรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะการศึกษาในระบบเพียงอย่างเดียว โดยให้นำกลับมาให้ที่ประชุมพิจารณาในครั้งต่อไป ขณะเดียวกันที่ประชุมยังตกลงกันว่า ต่อไปหากองค์กรหลักใดจะมีการปรับแก้ระเบียบภายใน หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมองค์กรหลัก เพื่อพิจารณารายละเอียดร่วมกันด้วย

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. กล่าวว่า การปรับแก้ระเบียบการลาครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของ ก.พ.ที่เพิ่งออกมาใหม่ โดยระเบียบเดิมของศธ.ที่ใช้อยู่ ยังมีบางข้อความที่ไม่ชัดเจน และไม่ครอบคลุมถึงการลาไปปฏิบัติงานวิจัย ดังนั้นจึงต้องทำให้ชัดเจน โดยเฉพาะการลาไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ซึ่งมีผู้ทักท้วงว่า กำหนดระยะเวลา 3 ปี อาจจะไม่เพียงพอสำหรับสาขาที่ต้องใช้องค์ความรู้มาก ดังนั้นจึงต้องมีการปรับแก้ โดยให้กลับไปดูรายละเอียดให้ครบ รวมถึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์ สำหรับผู้ที่ลาไปศึกษาต่อ จะต้องกลับมาชดใช้ โดยกลับมาทำงานให้ราชการเท่ากับที่ลาไปศึกษาต่อ หรือชดใช้เป็นเงินสองเท่า จากเงินเดือนที่ราชการจ่ายให้ หากไม่กลับมาทำงานหรือไม่ใช้เงินคืน ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยหลักเกณฑ์การลาใหม่ จะใช้เฉพาะข้าราชการพลเรือนในสังกัด ศธ. ไม่รวมครูผู้สอน และอาจารย์ซึ่งมีระเบียบของตนเองรองรับอยู่แล้ว ส่วนกรณีการลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็จะต้องมาดูรายละเอียด โดยการปรับหลักเกณฑ์นี้ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีทันตแพทย์หญิงของมหาวิทยาลัยมหิดลที่หนีทุน แต่เป็นการปรับเพื่อให้มีความเหมาะสม และเข้มข้นมากขึ้น