เอ่ยชื่อ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ หรือ บิ๊กเล็ก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก หลังเข้ามารับงานใหญ่ในหน้าที่ มือปราบทุจริต และสารพัดปัญหากลโกงที่เกิดขึ้นในรั้วเสมา…
หลายเรื่องเป็นข่าวครึกโครม ให้ต้องตกใจว่าทำไม? กระทรวงครู ถึงมีเหลือบไรเกาะกินมากมายเหลือเกิน นับเป็นความกล้าหาญของคนชื่อ “เล็ก” แต่ “ใจ” นั้น ใหญ่ เกินชื่อ เพราะ กล้า ต่อกรกับ มาเฟีย ใน ศธ. มติชน เลยถือโอกาสจับเข่าคุย.. แบบเจาะลึก เส้นทางจาก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่, หัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 สู่มือปราบทุจริต แห่งวังจันทรเกษม…
- เข้ามาเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้อย่างไร?
ผมมีโอกาสได้รู้จักกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ผ่านน้องชายของ นพ.ธีระเกียรติ ซึ่งทำงานอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อต้นปี 2559 ขณะนั้นผมเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ พบกันเพียงวันเดียว จากนั้นไม่เคยพบกัน กระทั่ง นพ.ธีระเกียรติได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.จึงให้น้องชายประสานมา
ครั้งแรกผมปฏิเสธ เพราะอยากดูแลครอบครัวอยู่ จ.เชียงใหม่ และได้ตอบปฏิเสธไปหลายครั้ง สุดท้าย นพ.ธีระเกียรติโทรหาผมเอง และแสดงเจตจำนงว่าอยากให้มาช่วยปราบทุจริต เพราะใน ศธ.มีเรื่องทุจริตเยอะ
ผมได้ถามกลับไปว่า คุณหมอมั่นใจได้อย่างไรว่าผมจะช่วยได้ นพ.ธีระเกียรติตอบกลับว่า ผมเป็นจิตแพทย์ ผมดูพี่ออก ผมจึงได้หารือกับครอบครัว และตัดสินใจมาช่วย
ผมเข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ.ประมาณปลายเดือนธันวาคม 2559 ถึงวันนี้เกือบ 2 ปีแล้ว ช่วยดูเรื่องปัญหาการทุจริตต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน ศธ.กำกับดูแลสำนักงานสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และองค์การค้าของ สกสค.ซึ่งเป็น 2 หน่วยงานที่มีการทุจริตมากเช่นกัน รวมถึงสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ซึ่งทั้ง 3 องค์กรนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว สั่งให้เลขาธิการทั้ง 3 องค์กร ยุติการทำงาน และแต่งตั้งข้าราชการระดับ 10 เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน
การทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะ ช่วงแรกมีปัญหาบ้าง เพราะได้ข้อมูลจากเอกสารเป็นหลัก คนที่เข้ามาพบเพื่อให้ข้อมูลโดยตรงมีน้อย เหตุผลหนึ่งที่เราไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร อาจเพราะคนดีไม่กล้าพอ เพราะในอดีต คนที่เข้ามาร้องเรียนจะได้รับความเดือดร้อน ทำให้ไม่มั่นใจว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.หรือทีมงาน เอาจริงเอาจังหรือไม่
แต่พอทำงานได้ประมาณ 1 ปีกว่า ก็มีคนเข้ามาให้ข้อมูลมากขึ้น ตอนนี้มั่นใจ 100% ว่าคนใน ศธ.มั่นใจในตัวรัฐมนตรีว่าการ ศธ.และมั่นใจในทีมงาน ทุกๆ วันผมจะได้รับโทรศัพท์ หรือมีคนแอบมาพบเพื่อให้ข้อมูลจนเรื่องทุจริตล้นห้อง
- จัดระบบการดูแลตรวจสอบแต่ละเรื่องอย่างไร?
เรื่องทุจริตที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จะส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ตรวจสอบ ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่กระทบวงกว้าง ผมจะกำกับดูแลด้วยตัวเอง ขณะนี้มีกรณีการทุจริตที่ติดตามอยู่ประมาณ 20 เรื่อง บางเรื่องตรวจพบว่ากระบวนการนำคนผิดมาลงโทษได้ช้า
ส่วนหนึ่งเพราะขั้นตอนต่างๆ ไม่เอื้อ การสืบสวนข้อเท็จจริงไม่มีการกำหนดเวลา เปิดช่องให้ขยายเวลาสืบสวนไปเรื่อยๆ อย่างเช่น กรณีตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างห้องเรียนอัจฉริยะ (E-Class room) และห้องสมุดอัจฉริยะ (E-Library) ซึ่ง 5 ปีแล้ว จนบัดนี้ก็ยังสืบอยู่
อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหา คือเมื่อตรวจสอบพบผู้ถูกกล่าวหา คนเหล่านั้นยังนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม เชื่อว่ามีกระบวนการดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้การสืบสวนช้า คนผิดยังลอยนวล และทำความผิดในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปอีก
เพราะฉะนั้น การที่ คสช.ประกาศใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของ คสช.จึงเป็นเหมือนดาบให้ทุกกระทรวง นำผู้ถูกกล่าวหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้เร็วขึ้น และไม่ให้นั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม
การแก้ปัญหาทุจริตที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้เป็นปลายเหตุ การแก้ปัญหาทุจริตได้ดีที่สุด คือให้คนดีได้เข้ามาทำงาน จากการวิเคราะห์ เราเชื่อว่ากระบวนการทุจริตที่เกิดขึ้นใน ศธ.เป็นระบบเครือข่าย และยังอยู่ใน ศธ. บางพื้นที่ถึงไม่เกรงกลัว ยังกล้าทำเรื่องซ้ำๆ เดิมๆ
การทุจริตบางเรื่องเกิดมาเป็น 10 หรือ 20 ปี จนคนที่เคยอยู่ในกระบวนเติบโตเป็นข้าราชการระดับสูง เป็นสาเหตุให้งบประมาณที่ถูกทุจริตมากที่สุดคือ งบแปรญัตติ และงบเหลือจ่ายปลายปี ซึ่งง่ายต่อการโยนไปให้เครือข่าย แล้วเครือข่ายจะมีบริษัทรองรับ และมีเงินทอนกลับขึ้นมา
ดังนั้น เราจึงต้องยุติบทบาทคนเหล่านี้ให้ได้ รัฐมนตรีต้องกล้าที่จะเปลี่ยน แล้วให้คนดีเข้ามาทำงาน ถ้าเราทำให้หัวนิ่งได้ มั่นใจว่าพื้นที่ก็ไม่กล้า
- มีทุจริตกี่เรื่องที่คิดว่าทำสำเร็จแล้ว?
การทำงาน ทำได้ไม่เร็วนัก บางเรื่องต้องใช้เวลา ลงพื้นที่หาข้อมูล ดูแต่เอกสารไม่ได้ อย่างเช่นการตรวจสอบทุจริตงบลงทุนครุภัณฑ์การศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มหาสารคาม เขต 3 ซึ่งมีพัสดุส่งถึงโรงเรียน โดยที่โรงเรียนไม่ได้สั่งซื้อ แต่โรงเรียนไม่เล่นด้วย และได้แจ้งความ ใช้เวลาตรวจสอบกว่า 1 ปี และเพิ่งมีคำสั่งลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องไปเมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นเรื่องแรกที่เราตรวจสอบ และลงโทษได้จบ
แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ติดตามความคืบหน้า รวมถึงกรณี น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือครูแอน และ น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือครูวัลย์ ขอกลับเข้ารับราชการตำแหน่งครูผู้ช่วย หลังจากที่ครูแอน และครูวัลย์ ได้รับการเรียกบรรจุแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม แต่สอนได้ 5 เดือน ไม่ได้รับเงินเดือน
และได้รับแจ้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งครูผู้ช่วย เนื่องจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตาก ไม่อนุมัติ การขอปรับเปลี่ยนวิชาเอก และขอเพิ่มเติมตำแหน่งว่างโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม และไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง เนื่องจากบัญชี อายุเกิน 2 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงอดีตผู้อำนวยการ สพม.เขต 38
กรณีการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยที่ จ.ขอนแก่น กรณีอดีตผู้อำนวยการ สพม.เขต 32 (บุรีรัมย์) จำนวน 3 คนต่อเนื่องกัน จัดอบรมครูโดยเขตพื้นที่ฯ แต่ไม่มีการอบรมจริง ซึ่ง สพฐ.สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว เป็นต้น
เรื่องสำคัญที่อยากทำให้จบก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่ง คือการตรวจสอบการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโครงการ Safe Zone School (CCTV) 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 1,104 แห่ง ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2557 วงเงินงบ 577 ล้านบาท อยู่ในขั้นยกร่างคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้อง 80 คน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนาม เพราะมีข้าราชการกระทรวงอื่นเกี่ยวข้องด้วย
รวมถึงการตรวจสอบโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียมหอยสังข์ ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าผิดระเบียบ และทำให้ราชการเสียประโยชน์ 100%
- ตกใจหรือไม่ที่ ศธ.มีเรื่องทุจริตมาก?
ตกใจ เพราะมีผลต่อเยาวชนของชาติ และไม่รู้ว่างบที่เหลือไปถึงครูและนักเรียนจริงๆ เท่าไหร่ แต่ในยุคนี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องสร้างระบบใหม่ จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนใน ศธ. ถ้าคนดีไม่ออกมาช่วย ก็แก้ได้ยาก
- มีเรื่องไหนที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นบ้าง?
เรื่องที่เข้ามาดูแล้วเกิดความอนาถใจ คือการทุจริตส่วนใหญ่ คนที่สร้างปัญหาไม่ได้รับผลกระทบ แต่คนที่อยู่ระดับล่าง อย่างเช่น ครู ที่ต้องไปเป็นกรรมการตรวจรับ ไปเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ และถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทั้งที่ไม่มีความรู้ ทำให้เกิดความผิดพลาด และกลายเป็นผู้รับกรรม
ยกตัวอย่างบางองค์กรหลักใน ศธ.การบริหารงบไม่ได้สอบถามความต้องการของหน่วยงานข้างล่าง จัดส่งแบบท็อปดาวน์ลงไป โรงเรียนเกิดปัญหา แต่คนที่อยู่ข้างบนไม่ได้ผลประโยชน์ คนที่รับกรรมคือ ผู้อำนวยการโรงเรียน และครู เราจึงอยากให้คนที่อยู่ในรั้วเสมา ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย ทำอะไรขอให้นึกถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง อย่านึกถึงผลประโยชน์ของตนเอง
- รัฐบาลนี้เหลือเวลาอีก 8 เดือน อยากทำเรื่องไหนให้ลุล่วง?
เรื่องที่ท้าทายจริงๆ มี 2 เรื่อง คือ ซีซีทีวีที่เกิดขึ้นในภาคใต้ เพราะเป็นโครงการที่ดี วัตถุประสงค์เพื่อดูแลความปลอดภัยของครูและนักเรียนในภาคใต้ ถ้าเราไปเห็นจะรู้ว่าเขาอยู่กันอย่างลำบาก โครงการนี้มีระบบเตือนภัย หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ระบบจะส่งสัญญาณจากกล้องซีซีทีวีไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการ เพื่อให้สามารถสั่งการมาช่วยโรงเรียนที่เกิดเหตุได้ทัน
แต่กลับมีการทุจริต สัญญาณจากโรงเรียนไม่สามารถเชื่อมต่อกับจังหวัด และ กอ.รมน.ภาค 4 ได้ กลายเป็นกล้องวงจรปิดดูภายในโรงเรียนเฉยๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพราะมีการทุจริตในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และพบว่าบางโรงเรียนกล้องเสีย 70-80%
ดังนั้น จึงอยากให้เห็นผลว่าใครทุจริตต้องรับผิด ไม่ใช่ให้คนในพื้นที่บางคนมารับผิดชอบ ผมลงไปพื้นที่ แล้วได้เห็นความทุกข์ยากของคนที่เป็นแพะ รู้สึกว่าน่าสงสาร
อีกเรื่องคือการตรวจสอบการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์ ซึ่งเป็นการใช้งบมหาศาล แต่ไม่เห็นผล ดังนั้น จึงอยากสอบหาผู้รับผิดชอบ และเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จ เพราะจะมีประโยชน์มหาศาล
- มีข่าวลือว่าทีมงานรัฐมนตรีปล่อยข่าวทุจริตเพื่อเรียกคนมาเคลียร์?
ผมไม่ค่อยได้ยิน แต่ถึงมีใครพูดแบบนี้ ผมก็ไม่กลัว เพราะเรามั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ ผมเคยบอกกับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.หลายครั้งว่า ถ้าวันใดที่ไม่มั่นใจในตัวผม ขอให้บอก พร้อมจะเก็บของกลับบ้านทันที ผมมีภาระงานที่ต้องทำที่ จ.เชียงใหม่ อีกมาก และยังมีครอบครัวที่รออยู่
- เข้ามาทำงานปราบทุจริต เจอแรงเสียดทานหรือไม่?
เจอเยอะ แรงเสียดทาน แต่ไม่ค่อยกล้ามาขู่ตรงๆ อาจเพราะคิดว่าเราเป็นทหาร เลยไม่กล้า ส่วนตัวสั่งให้ทีมงานระวังตัว 24 ชั่วโมง เพราะเราไปขัดผลประโยชน์เขา สร้างศัตรูไว้เยอะ ดังนั้น การลงพื้นที่ หรือขับรถกลับบ้านแต่ละวัน ต้องระวังตัว มีความพร้อมตลอเวลา ทั้งผม และลูกน้องจะมีอาวุธ ซึ่งเรามีใบพกถูกต้อง
- มีระดับบิ๊กโทรมาเคลียร์ไม่ให้ยุ่งกับเรื่องไหนบ้าง?
ไม่มี จะมีก็เรื่องซีซีทีวี ที่บริษัทเอกชนขอเข้าพบ พูดขอให้ช่วย และพูดเป็นนัยว่าจะเสนอผลประโยชน์ให้ ซึ่งผมก็บอกไปว่าไม่ได้ ผมบอกกับทุกคนเสมอว่า ผมมีเงิน ไม่ต้องการอะไรแล้ว ไม่ได้คิดจะมากอบโกย ที่มาทำเพราะต้องการดูแล ศธ.เป็นการตอบแทนคุณแผ่นดินครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหมดกำลัง
เสร็จจากงานนี้ อยากกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ จ.เชียงใหม่ อยากดูแลหลาน รับราชการทหารมาเกือบทั้งชีวิต โอกาสไปเที่ยวเมืองนอกแทบไม่มี หากพ้นจากหน้าที่ตรงนี้แล้ว ก็อยากพาครอบครัวไปเที่ยวเมืองนอก
- มีพรรคการเมืองไหนมาจีบไปเล่นการเมืองบ้างหรือไม่?
ไม่มี มีแต่ชวนเล่นการเมืองท้องถิ่น ซึ่งผมก็ยืนยันว่าไม่เอา
ประวัติ บิ๊กเล็ก
พล.ท.โกศล ประทุมชาติ หรือ บิ๊กเล็ก เกิดที่ จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2501 เรียนชั้น ป.4-มศ.3 อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ บิดารับราชการครู มารดาเป็นแม่ค้าขายขนม มีพี่น้องทั้งหมด 8 คน อยู่แวดวงครูเป็นส่วนใหญ่ จบนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 18 นักเรียนนายร้อย จปร.รุ่น 29 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 68 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 55
ตำแหน่งสำคัญที่ได้รับแต่งตั้ง ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 จ.เชียงใหม่ ผู้บังคับศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ รองผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 จ.เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก
เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกน่าน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ และหัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 รวมรับราชการทหาร 35 ปี ปัจจุบัน เออร์ลี่รีไทร์ เป็น ข้าราชการการเมือง รับหน้าที่ มือปราบทุจริต ศธ.

