กำหนดเคลื่อนศพ ‘สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์’ มายังวัดสุทัศน์ 17 เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 11 เมษายน พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กล่าวภายหลังการประชุมระหว่างคณะสงฆ์วัดสุทัศน์ กรมการศาสนา(ศน.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) โดยมีพระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะภาค 4 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อเตรียมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(วีระ ภทฺทจารี) เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ที่ถึงแก่มรภาพอย่างสงบ ในวันนี้ เวลา 08.45 น. ด้วยอาการติดเชื้อในกระเเสโลหิต ว่า ภายหลังจากที่ทางคณะสงฆ์วัดสุทัศน์ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลกรุงเทพว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้ถึงแก่มรณภาพ คณะสงฆ์วัดสุทัศน์จึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาแนวทางในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ โดยที่ประชุมได้มีมติเบื้องต้นว่า ในวันที่ 17 เมษายน เวลา 09.00 น.จะเคลื่อนศพสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ มายังวัดสุทัศน์และตั้งศพไว้ ณ ศาลาเศรษฐีทอง โดยจะเปิดโอกาสให้คณะสงฆ์และประชาชนเข้าถวายน้ำสรงศพ ระหว่างเวลา 10.00 น.-16.30 น. จากนั้น เวลา 17.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ จากนั้นศพจะอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน เมื่อสิ้นสุด 7 วันแล้วจะมีพิธีบำเพ็ญกุศลศพไปอย่างน้อย 100 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเตรียมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส่วนเหตุที่ชะลอในการเคลื่อนศพ เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาว คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์หลายท่านอาจไปร่วมกิจกรรมช่วงสงกรานต์จึงจำเป็นต้องขยายวันเคลื่อนศพออกไปก่อน
พระราชวิจิตรปฏิภาณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับความตั้งใจของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ภายหลังจากได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ในปีพ.ศ. 2528 ท่านมีความตั้งใจอยู่หลายประการ อาทิ 1.ท่านอยากเห็นวัดสุทัศน์ที่เป็นวัดโบราณกลับมางดงามดังเดิม ซึ่งท่านก็ทำสำเร็จภายใน 17 ปี 2.ท่านอยากให้วัดสุทัศน์มีพระนักเทศน์นักเขียน เหมือนในสมัยโบราณ ท่านก็ทำสำเร็จ 3.ท่านอยากให้วัดสุทัศน์ มีประชาชนมาทำบุญปฏิบัติธรรมทั้งเช้าและเย็น ท่านก็ทำสำเร็จ และ 4.ท่านอยากให้วัดเป็นแหล่งศึกษาข้อมูลและเป็นแหล่งท่องเที่ยว ท่านก็ทำสำเร็จ นับได้ว่า สิ่งที่ท่านตั้งใจทำท่านทำสำเร็จทุกประการและยังวางงานให้มีผู้สืบต่อในทุกเรื่องอีกด้วย
ด้านนางประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการพศ. กล่าวว่าในส่วนของพศ.จะจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและประสานงานในพิธีตลอดจนสนองงานเรื่องอื่นๆ จนถึงวันพิธีพระราชทานเพลิงศพ และในส่วนของศน.จะคอยดูแลเรื่องศาสนพิธีและนิมนต์พระสงฆ์มาร่วมพิธี ส่วนสำนักพระราชวังนั้น จะดำเนินการในเรื่องหมายกำหนดการและขอพระราชวินิจฉัยในการพระราชทานโกศตามสมณศักดิ์พร้อมด้วยเครื่องเกียรติยศประกอบศพ

