หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เปิดหลักฐานพม...

เปิดหลักฐานพม่า ชี้ ‘ลพบุรี’ ไม่โดนอังวะตีช่วงกรุงแตก คาดกำแพงแข็งแกร่งมาก

5.07.18 | 16:18 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองลพบุรี ในช่วงเสียกรุงครั้งที่ 2 โดยมีการหยิบยกหลักฐานฝั่งพม่าที่ชี้ให้เห็นว่า เมืองดังกล่าวไม่ได้ถูกอังวะตี

ดังนี้

ลพบุรี เป็นเมืองที่ไม่ถูกกองทัพอังวะโจมตีในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาปี 2310 เมืองลพบุรีกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 ในสมัยพระนารายณ์ ที่ในช่วงสิบกว่าปีท้ายรัชสมัย พระองค์ทรงนิยมในการประทับที่เมืองนี้เกือบทั้งปี จะเสด็จกลับไปยังพระราชวังหลวงที่กรุงศรีอยุธยาก็เมื่อมีพระราชพิธีที่สำคัญ พระนารายณ์ทรงสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ที่เมืองลพบุรี และสร้างกำแพงเมืองสูงใหญ่มีคูน้ำและแม่น้ำลพบุรีเป็นคูเมืองล้อมรอบ เมื่อคณะทูตฝรั่งเศสชุดแรกที่มีเชอวาริเยร์ เดอ โชมองต์ เข้ามาสัมพันธไมตรีกับอยุธยาปี 1685 / พ.ศ.2228 พระนารายณ์ทรงขอสถาปนิก เมอร์ซิเออร์ เดอ ลามาร์ ให้อยู่ช่วยสร้างกำแพงเมืองตามแบบฝรั่งที่เมืองลพบุรี เมืองบางกอก

ดังนั้น กำแพงเมืองลพบุรีจึงเป็นกำแพงอิฐที่แข็งแกร่ง มีป้อมปืนเรียงราย และได้ขยายพื้นที่ของเมืองไปทางตะวันออกเพิ่มเนื้อที่ให้เมืองอีกกว่าหนี่งเท่าตัว ทั้งลามาร์ได้วาดแผนที่เมืองลพบุรีทิ้งให้เป็นมรดกแก่สังคมไทยด้วย เมอร์ซิเออร์ เดอ ลา ลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสชุดที่ 2 ปี 1687/พ.ศ. 2230 ได้บันทึกว่า เมืองในอยุธยาโดยทั่วไปเป็นเมืองที่ล้อมด้วยไม้ มีไม่กี่แห่งที่สร้างด้วยอิฐปูนทำให้กำแพงเมืองแข็งแกร่งป้องกันข้าศึกโจมตีได้ กรุงศรีอยุธยา ลพบุรี และบางกอกธนบุรี คือสามเมืองสำคัญที่มีกำแพงอิฐปูนแข็งแกร่งในท้ายรัชสมัยพระนารายณ์

ผ่านไปอีกราว 80 ปีต่อมา สงครามที่กองทัพอังวะยกทัพมาทางด้านเหนือและด้านใต้บรรจบกันโอบล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ยาวนานสองปีกว่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีการส่งทัพไปโจมตีเมืองลพบุรีแต่อย่างใด ขณะที่เมืองนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองสิงห์บุรีและอ่างทอง ทั้งอยู่ห่างจากอยุธยาทางทิศตะวันนออกเฉียงเหนือราว 60 กม. เท่านั้น

Advertisement

หลักฐานฝ่ายพม่า “มหาราชวงษ์พงษาวดารพม่า” กล่าวว่า กองทัพอังวะที่ยกมาจากล้านนาเชียงใหม่ ลำปาง แพร่ นั้น ได้โจมตีเมืองต่างๆ ในเขตอยุธยารายทางลงมา แล้วเกณฑ์เอาทัพเมืองเหนือของอยุธยามาเป็นกองทัพหน้าของฝ่ายอังวะรวม 13 ทัพ ในการบุกล้อมกรุงศรีอยุธยา ได้แก่ ทัพเมืองบ้านตากหรือเมืองตาก ทัพเมืองระแหง ทัพเมืองกำแพงเพชร ทัพเมืองสวรรคโลก ทัพเมืองสุโขทัย ทัพเมืองรัตสมา? ทัพเมืองพิษณุโลก ทัพเมืองพิชัย ทัพเมืองลับแล ทัพเมือง(อุทัย)ธานี? ทัพเมืองพิจิตร ทัพเมืองนครสวรรค์ ทัพเมืองอ่างทอง จะเห็นได้ว่า ไม่มีชื่อเมืองลพบุรี อยู่ในรายชื่อที่กองทัพฝ่ายอังวะได้เข้าไปจัดการให้เจ้าเมืองยอมสวามิภักดิ์แต่อย่างใด เจ้าเมืองรายรอบอยุธยาที่มีสถานภาพเป็น พระยา ได้แก่ เมืองสุพรรณบุรี เมืองอ่างทอง และเมืองลพบุรี เมืองอื่นๆ เช่น ชัยนาท สิงห์บุรี พรหม อินทบุรี เจ้าเมืองมีสถานะเป็นพระ เมืองสุพรรณบุรีจะอยู่ในเขตการสงครามของแม่ทัพอังวะฝ่ายใต้ ดังนั้น การที่ฝ่ายอังวะข้ามเมืองลพบุรีไป อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเมืองแข็งแกร่ง ทั้งจากกำแพงเมืองที่สร้างขึ้นสมัยพระนารายณ์ และน่าจะเป็นเมืองที่มีประชาชนหลบหนีกองทัพอังวะมาหลบภัยที่นี้จำนวนมาก จึงทำให้เป็นเมืองที่มีกำลังคนเข้มแข็งจนฝ่ายพม่าไม่ยอมเสียกำลังพลฝ่ายตนมาบุกโจมตี

หากเมืองลพบุรีไม่แสดงตนว่าเป็นภัยต่อฝ่ายพม่า หลักฐานในสมัยพระเจ้าตากเองก็ระบุว่า เมื่อทัพของพระเจ้าตากได้ชัยเหนือฝ่ายสุกี้ผู้แทนของอังวะที่ค่ายโพธิ์สามต้นเหนือกรุงศรีอยุธยาราวสิบกิโลเมตรนั้น พระเจ้าตากก็ดำเนินการให้เมืองลพบุรียอมรับอำนาจของพระองค์ด้วยการเจรจา โดย “แต่งให้ขึ้นไปเกลี้ยกล่อมเมืองลพบุรีสำเร็จแล้ว จึงให้รับบุราณขัติยวงศาซึ่งได้ความลำบาก กับทั้งพระบรมวงศ์ลงมาทะนุบำรุงไว้ ณ เมืองธนบุรี” สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า คนจำนวนมาก รวมทั้งเชื้อสายราชวงศ์กษัตริย์อยุธยา และรวมทั้งของพระเจ้าตากเองด้วย ได้หลบหนีภัยสงครามมาอยู่เมืองลพบุรีที่ปลอดภัยที่สุดในดินแดนสนามรบเกือบทั้งแผ่นดิน ทั้งสุกี้ผู้ปกครองค่ายโพธิ์สามต้นที่อยู่ใกล้เมืองลพบุรีมากที่สุด ก็ยังไม่สามารถเอาเมืองนี้มาเป็นพวกได้เลย แสดงว่าเมืองลพบุรีมีความแข็งแกร่งทั้งจากคนและกำแพงเมืองที่ตกค้างจากยุคพระนารายณ์ กำแพงเมืองและสิ่งก่อสร้างในเมืองลพบุรี พังลงไปตามธรรมชาติและด้วยฝีมือคนในช่วงหลังสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยา