เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบงบจัดซื้อจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ และตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว พบว่าส่อไปในทางทุจริตอย่างแน่นอน เพราะมีปัญหาตั้งแต่กระบวนการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งจัดแบบท็อปดาวน์ลงไปเป็น 100% และเป็นการจัดสรรที่ไม่มีความเป็นธรรม กระจุกอยู่บ้างพื้นที่ อย่างเช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 13 (ตรัง-กระบี่) ที่มีโรงเรียนขอครุภัณฑ์ไปหลายแห่ง แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรร ขณะที่โรงเรียนในสังกัดสพม. 14 (พังงา-ภูเก็ต-ระนอง) หลายแห่งไม่ได้ขอ แต่กลับได้รับการจัดสรร ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดสรรครุภัณฑ์ ที่ไม่ตรงกับความต้องการของสถานศึกษา เช่น บางโรงเรียนสอนด้านธุรกิจ แต่กลับได้รับครุภัณฑ์การเกษตร ซึ่งโรงเรียนก็ทำเรื่องขอส่งคืน นอกจากนี้ยังพบว่ามีการล็อกสเป็ก อีกจำนวนมาก
“การตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 90% คาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบเพื่อเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พิจารณาได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้งบฯ 279 ล้านบาท ตกไปแล้ว และต้องส่งคืนสำนักงบประมาณ ซึ่งการทำให้งบฯตกถือว่าทำให้ราชการเสียหาย เพราะประเทศเราทำงบฯ แบบขาดดุล หมายความว่าเราต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งรัดให้จัดสรรงบฯลงพื้นที่ให้แล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2560 และขยายให้อีก 2 รอบคือ เดือนมีนาคม 2561 และขยายให้สิ้นสุดวันที่ วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 แต่ก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จนตรวจสอบพบความผิดปกติ ส่วนเรื่องนี้จะมีผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ผมคงไม่สามารถบอกได้ แต่โดยหลักวิธีการจัดสรรงบฯ ผู้บริหารจะต้องรับผิดชอบ”นายอรรถพล กล่าวและว่า ทั้งนี้ร ในสัปดาห์หน้าจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะไปจังหวัดใดบ้าง เพราะมีหลายแห่งมีความน่าสงสัย
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต กองทุนเสมาพัฒนาชีวิตนั้น ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถือเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนจากนี้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. จะต้องส่งสำนวนดำเนินการทางวินัยไปยังหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งล่าสุดทราบว่า ได้ทยอยส่งสำนวนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ยังขยายผลสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง) ทราบว่า ไล่ยึดทรัพย์ของนางรจนา สินที อดีตข้าราชระดับ 8 สังกัดสำนักงานปลัด ศธ. แต่ก็ยึดได้ไม่มากนักเพราะทรัพย์เกือบทั้งหมดติดจำนอง ดังนั้นขั้นตอนต่อไปจะตั้งคณะกรรมการสอบหาผู้รับผิดทางละเมิดขึ้น เพื่อหาผู้รับผิดชอบ

