ตั้งก.อุดมฯ ส่อแวววุ่น!! หน่วยงานวิจัยไม่อยากรวม นายกฯสั่งเคลียร์นอกรอบ (คลิป)

5.07.18 | 17:41 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ อนุมัติหลักการจัดตั้งกระทรวงใหม่  ซึ่งเป็นการควบครวมสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และหน่วยงานวิจัยต่างๆ ไว้ด้วยกัน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) เสนอ  ทั้งนี้ การดำเนินการภาพรวมค่อนข้างจะลงตัว แต่ยังข้อท้วงติงใน 2 ประเด็น คือ ชื่อกระทรวงซึ่งเดิม จะใช้ชื่อ กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม  แต่ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีคำว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมอยู่ด้วย ขณะเดียวกันยังมีปัญหาหน่วยงานวิจัยไม่อยากเข้าไปอยู่ภายใต้กระทรวงใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้คณะทำงานไปตกลงกันนอกรอบ รวมถึงให้ตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังตกลงกันไม่ได้และหาข้อสรุปเสนอ ครม.พิจารณาต่อไปโดยคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญติแห่งชาติ (สนช.) ประมาณเดือนกันยายน เพราะหากล่าช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันเวลา

“ผมคิดว่าชื่อกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม เป็นชื่อที่ครอบคลุมและมีจุดเน้น คือมีนวัตกรรมที่เป็นหน้าที่หลักของอุดมศึกษา ยังเหลือด้านวิจัยและนวัตกรรมที่ยังไม่ลงตัว เรื่องที่ถกเกียงกัน ซึ่งครม.ให้แนวทางในการแก้ปัญหา แนวทางแรก คือนำ วท. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รวมอยู่ภายใต้กระทรวงใหม่ แยกภารกิจ วัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน  อีกแนวทาง คือ นำหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย ไว้นอกกระทรวงใหม่ จะได้ไม่มีความทับซ้อนในการทำงาน เบื้องต้นเสนอให้ สวก. และสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (สวนช.) ออกมาอยู่นอกกระทรวงใหม่ เพราะ สวนช. ควรจะดูนโยบาบ ยุทธศาสตร์และวิจัยทั้งประเทศ  ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะทั้งสองแนวทางมีทั้งข้อดีข้อเสียต่างกันไป”นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า รูปแบบการทำงานกระทรวงใหม่จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนอุดมศึกษา ซึ่งกำกับโดย พ.ร.บ.การอุดมศึกษา มีคณะกรรมการอุดมศึกษาดูแลสายงานด้านอุดมศึกษาทั้งหมด และ ส่วนการวิจัยและนวัตกรรม มีพ.ร.บ.วิจัยและนวัตกรรม ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมวิจัยและนวัตกรรม ที่เข้ามาดูแล ส่วน วท. แม้จะนำมารวมกับกระทรวงใหม่ ยังมีอีก 2 หน่วยงานที่อยู่ในสังกัด คือ กรมวิทยาศาสตร์บริการ เบื้องต้นวางแผนให้เป็นองค์การมหาชนภายใน 3 ปี และสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ จะเสนอให้ย้ายไปสังกัดกระทรวงพลังงาน และจะมีการตั้งสำนักงานส่งเสริมการวิจัยนวัตกรรมด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เพิ่มขึ้น ช่วงแรกให้เป็นส่วนราชการและภายใน 3 ปี จะปรับสถานะให้เป็นองค์การมหาชนเพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัว

 

Advertisement