‘นพ.อุดม’ ยันเงินอาหารกลางวัน 20 บ./หัว เพียงพอถ้าไม่โกง เล็งให้ร.ร.สังกัดสพฐ.จัดอาหารเช้าให้เด็ก

5.07.18 | 18:04 น.

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้นำคณะลงไปตรวจเยี่ยมโครงการอหารกลางวันที่ โรงเรียนวัดเกาะ ต.หนองตะพาน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อไปตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาหารกลางวันนักเรียน และการจัดการศึกษา เพื่อเตรียมเข้าสู่โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้พัฒนาโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนวัดเกาะอย่างมีคุณภาพให้เด็กได้รับประทานโดยมีมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ช่วยสนับสนุนในการสร้างแปลงเกษตรให้กับนักเรียน เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาทำเป็นอาหารกลางวัน มีเพียงบางส่วนที่ต้องซื้อจากตลาด

นพ.อุดมกล่าวว่า โรงเรียนวัดเกาะ สร้างแปลงเกษตรให้เด็กดูแล เพราะมีแนวคิดว่าต้องการให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนรู้เพียงวิชาการ แต่ให้เรียนรู้วิชาชีพด้วย เมื่อจบไปจะได้มีวิชาชีพติดตัว และที่เห็นผลมากคือนักเรียนปลูกเมล่อน โดยมีมูลนิธิมีชัยฯ และภาคเอกชน มาให้ความรู้และลงทุนให้ แล้วให้นักเรียนคอยดูแลต้นไม้ของตนเอง ทำให้เด็กมีความรู้นำไปเป็นอาชีพเสริมได้

“สำหรับค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาท ที่รัฐบาลสนับสนุนนั้น มีนักวิชการ ทดลองจัดเมนูอาหารตามโปรแกรม Thai School Lunch มีข้าวกล้อง ผัดถั่วฝักยาวใส่หมู ต้มยำไก่ใส่เลือดและเห็ดนางฟ้า ไข่เจียว ผลไม้ มีสับปะรด และมีการคำนวนเงินที่ใช้ในมื้อนั้น พบว่าใช้ต้นทุนเพียง 15.5 บาท ถ้าไม่โกงเงินส่วนนี้ไป ส่วนที่เหลือเป็นค่าจ้างแม่ครัว 1 คน ดังนั้น ค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาทเพียงพอแน่นอน และทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้สพฐ. นำรูปแบบของโรงเรียนวัดเกาะ ไปใช้ในการจัดอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนอื่นด้วย” นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดม กล่าวอีกว่า โรงเรียนวัดเกาะ กำลังได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ในระยะที่ 2 ด้วย เนื่องจากมีความพร้อม และผู้อำนวยการโรงเรียนมีความเข้มแข็งมาก มีจิตใจที่จะพัฒนา และเข้าร่วมอบรมกับมูลนิธิมีชัยฯ ทำให้เห็นถึงการพัฒนา การพึ่งตนเอง การนำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ได้ผลจริง ทั้งที่โรงเรียนนี้ มีครูเพียง 7 คน รวมผู้อำนวยการเป็น 8 คน มีนักเรียน 177 คน ครูมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาการเรียนแบบใหม่เชื่อมโยงกับชุมชน และยังช่วยให้เด็กมีอาหารกลางวันกิน ดังนั้น เมื่อโรงเรียนวัดเกาะ เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาฯ แล้ว ก็จะจัดอาหารมื้อเช้าให้กับเด็กเหล่านี้ด้วย โดยมีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน

“เป็นไปได้ว่า ต่อไปทุกโรงเรียนจะจัดอาหารมื้อเช้าให้กับนักเรียนควบคู่กับอาหารมื้อกลางวัน เพราะโรงเรียน สพฐ.มีเพียง 3 หมื่นกว่าโรงเรียน แต่จะต้องเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน ที่ผ่านมาเราไม่ได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ ผมคิดว่าภาคเอกชนอยากมาช่วยอยากคืนประโยชน์ให้กับสังคมเพราะไม่ได้ใช้เงินมากมาย แต่ผลที่ได้มีประโยชน์กับเด็กอย่างมาก” นพ.อุดม กล่าว

Advertisement

ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ผู้บริหารโรงเรียนวัดเกาะ มีรูปแบบการจัดการบริหารอาหารกลางวันให้นักเรียนจำนวน 177 คน ได้ทานอาหารที่มีคุณภาพ เด็กกินอิ่ม ซึ่งถือว่าเป็นการบริการจัดการอาหารกลางวันที่ประสบความสำเร็จ โรงเรียนมีการปลูกผัก เลี้ยงไก่ เพื่อนำมาปรุงอาหารให้นักเรียนทาน หากผลผลิตที่เด็กปลูกไม่เพียงพอก็ซื้อจากชุมชน

“ขณะนี้ได้มีภาคเอกชนมาสอนทำการเกษตรแนวใหม่ให้เด็ก ทำให้มีผลผลิตจำนวนมาก สามารถแบ่งไปจำหน่ายให้แก่คนในชุมชน ที่สำคัญการให้เด็กลงมือเพาะปลูก ถือเป็นการสอนให้เด็กมีทักษะการทำเกษตรอย่างถูกวิธี เมื่อเด็กเติบโต เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติไปสร้างอาชีพได้อีกด้วย” นายบุญรักษ์ กล่าว